Close
18 May 2021

การพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้หลักบรรษัทภิบาล

เอสซีจีดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส และเป็นธรรม โดยยึดมั่นในอุดมการณ์ซึ่งถือปฏิบัติ สืบเนื่องกันมาภายใต้กรอบของจรรยาบรรณเอสซีจี บนพื้นฐานแห่งประโยชน์สุขที่มีความสมดุลและยั่งยืน หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นแนวทางการบริหารองค์กรซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล สอดคล้องกับอุดมการณ์และจรรยาบรรณของเอสซีจี เป็นระบบบริหารจัดการที่ก่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส สามารถสร้างผลตอบแทนและเพิ่มมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และสนับสนุนส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของเอสซีจีให้เติบโตอย่างยั่งยืน

เอสซีจีมีคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา และคณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้กำหนดนโยบายและสอบทานกระบวนการในการกำกับดูแลกิจการ รวมทั้งมีคณะทำงานกำกับดูแลการปฏิบัติงานเพื่อผลักดันให้มีการตรวจสอบประเมินอย่างเข้มแข็ง และครอบคลุมทุกระดับชั้น พร้อมไปกับการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่โปร่งใส ยึดมั่นในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ถูกต้องตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน รวมทั้งติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ กฎหมาย กฎระเบียบ ในประเทศที่เอสซีจีดำเนินธุรกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาปรับปรุงการปฏิบัติงานให้สอดคล้องอยู่เสมอ และลดความเสี่ยงจากการกระทำผิดจรรยาบรรณ การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และการดำเนินธุรกิจของเอสซีจี

เป้าหมาย

  • เป็นองค์กรต้นแบบด้านบรรษัทภิบาลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
  • ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎเกณฑ์ตลอดเวลา
  • ไม่เกิดกรณีคอร์รัปชัน
  • ส่งเสริมการแข่งขันทางการค้า

กลยุทธ์

  1. การบริหารองค์กรโดยยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
    เสริมความรู้ความสามารถของคณะกรรมการบริษัทเรื่องการกำกับดูแลกิจการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของกรรมการบริษัท และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้บริหารและพนักงาน ทั้งด้านการกำกับดูแลกิจการ และการยึดมั่นในแนวทางบรรษัทภิบาลและจรรยาบรรณเอสซีจี
  2. การกำหนดนโยบาย จรรยาบรรณและแนวปฏิบัติของผู้บริหาร พนักงานและคู่ธุรกิจ
    ทบทวนและปรับปรุงหลักบรรษัทภิบาลและจรรยาบรรณเอสซีจี รวมทั้งนโยบายและแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมาย และมีความทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดีทั้งในระดับประเทศและระดับสากล
  3. การกำกับดูแลการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติของเอสซีจี
    ใช้ระบบการบริหารงานด้านการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (SCG Compliance Management System) ในการกำกับดูแลเพื่อให้เกิดการบูรณาการทั้งในระดับ เอสซีจี ระดับกลุ่มธุรกิจ และระดับบริษัท
  4. การประเมิน การตรวจสอบและการสร้างความรู้ความเข้าใจ
    ใช้เครื่องมือระบบเชิงป้องกัน Proactive and Preventive System ประกอบด้วยแบบทดสอบจริยธรรมของพนักงาน การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในของหน่วยงาน 3 ระดับ (หน่วยปฏิบัติงาน หน่วยงานสนับสนุนและกำกับการปฏิบัติงาน และสำนักงานตรวจสอบ) และการเรียนรู้จากกรณีศึกษาเรื่องการทุจริต  รวมทั้งการสื่อสารสร้างความเข้าใจกับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ

แนวปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลเอสซีจี

เอสซีจีประมวลนโยบายและแนวปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลของเอสซีจีไว้ในคู่มือบรรษัทภิบาล เอสซีจี และทบทวนเนื้อหาของคู่มือนี้ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยยึดแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามหลักเกณฑ์ทั้งในระดับประเทศและสากล เช่น หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงหลักเกณฑ์ตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies – CGR) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) OECD Principles of Corporate Governance, ASEAN Corporate Governance Scorecard (ASEAN CG Scorecard) และ Dow Jones Sustainability Indices (DJSI)

คณะกรรมการบริษัทได้รวบรวมองค์ความรู้และแนวปฏิบัติต่าง ๆ ในการบริหารจัดการองค์กรที่ปฏิบัติสืบทอดต่อ ๆ กันมาและสอดคล้องกับหลักบรรษัทภิบาล นำมาประมวลไว้เป็นคู่มือบรรษัทภิบาลเอสซีจี และเริ่มจัดพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 และปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อปี 2560 และได้เผยแร่ในรูปแบบ e-book อยู่บนเว็บไซต์ของบริษัท

นโยบายการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 กรรมการผู้จัดการใหญ่ได้ประกาศนโยบายการกำกับดูแลการปฏิบัติงานเป็นลายลักษณ์อักษรในสารจากกรรมการผู้จัดการใหญ่ที่สื่อสารถึงทุกคนในองค์กร เพื่อยกระดับการกำกับดูแลการปฏิบัติงานให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานเอสซีจีทุกคนต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย การทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ โดยวางพื้นฐานให้ผู้ปฏิบัติงานในฐานะ First Line มีกระบวนการปฏิบัติงานที่มั่นใจได้ว่าจะป้องกันความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และมีหน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Second Line) เป็นผู้สนับสนุนการนำระบบการบริหารงานดังกล่าวไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยสร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักรู้ให้กับผู้ปฏิบัติงาน ให้คำปรึกษา กำหนดการควบคุม และร่วมสร้างจิตสำนึกในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์สืบทอดเป็นวัฒนธรรมของเอสซีจี เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเอสซีจี กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานเอสซีจีทุกคน ซึ่งจะส่งเสริมให้เอสซีจีเติบโตอย่างมั่นคง สมดุลและยั่งยืน

นโยบายในทุกประเทศที่ดำเนินธุรกิจ

ตั้งแต่ปี 2560 เอสซีจีกำหนดนโยบาย และแนวปฏิบัติสำหรับการปฏิบัติตามกฎหมายสำคัญ 3 เรื่อง เพื่อให้ทุกคนตระหนักและเป็นแนวทางในการปฏิบัติตามกฎหมายในทุกประเทศที่เอสซีจีดำเนินธุรกิจเพื่อยกระดับการกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนี้

  1. นโยบายการแข่งขันทางการค้า (Anti-trust Policy)
  2. นโยบายการจัดการข้อมูลภายในที่มีผลต่อราคาหลักทรัพย์ (Insider Trading Policy)
  3. นโยบายการเปิดเผยข้อมูล (Disclosure Policy)

  

การแข่งขันทางการค้า

นำระบบการบริหารงานด้านการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance Management System-CMS) มาใช้ในการปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าผู้บริหารและพนักงานมีความรู้ความเข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีระบบการติดตามที่มีประสิทธิภาพ

ที่ผ่านมาเอสซีจีและพนักงานเอสซีจีไม่มีคดีความหรือถูกร้องเรียนหรือถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมละเมิดกฎหมายการแข่งขันทางการค้า รวมทั้งไม่เคยโดนลงโทษหรือต้องจ่ายค่าปรับอันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า  นอกจากนี้ยังไม่พบการร้องเรียนภายในใดว่าพนักงานกระทำการฝ่าฝืนนโยบายหรือแนวปฏิบัติการแข่งขันทางการค้า

สนับสนุนบทบาทผู้บริหาร

เอสซีจีให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้กรรมการบริษัททุกคนปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้บริหารและพนักงาน ตามแนวทางบรรษัทภิบาลและการยึดมั่นในจรรยาบรรณเอสซีจี

การจัดกิจกรรมให้กรรมการบริษัทได้แสดงบทบาทและมีส่วนร่วม เช่น

  • การจัดเสวนาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในหัวข้อ How deep & How long ของวิกฤติ COVID–19 ในมุมมองของ นักเศรษฐศาสตร์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2563 และในหัวข้อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกา-จีนกับผลกระทบในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2563 โดยกรรมการและผู้บริหารเอสซีจีได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ
  • จัดแสดงสินค้านวัตกรรมเทคโนโลยีและพัฒนาการของสินค้าและบริการจากงานวิจัยและพัฒนาของทั้งสามกลุ่มธุรกิจหลัก รวมทั้งหน่วยงานส่วนกลางของเอสซีจี เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2563 สอดรับไปกับการประชุมเชิงปฏิบัติการกำหนดแผนธุรกิจระยะกลาง เพื่อให้คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร นักวิจัยและพัฒนาตลอดจนผู้บริหารด้านนวัตกรรมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดโครงการต่าง ๆ ของเอสซีจี ให้กว้างขวางและเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น

การสื่อสารและอบรมเรื่องจรรยาบรรณ

เพื่อเสริมสร้างให้พนักงานทุกคนสามารถนำจรรยาบรรณเอสซีจีไปใช้ทุกการตัดสินใจในการปฏิบัติงานด้วยการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ที่สามารถเข้าถึงพนักงานได้กว้างขวางมากขึ้น ผ่านการดำเนินงานต่าง ๆ ดังนี้

  • ประชาสัมพันธ์ความหมาย GRC ในบริบทของเอสซีจีและกิจกรรมส่งเสริมให้พนักงานรับรู้ในเรื่อง GRC (Governance, Risk and Compliance) ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน
  • เสริมสร้างความตระหนักรู้ และส่งเสริมให้พนักงานแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับจรรยาบรรณเอสซีจี และแนวการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง โดยประชาสัมพันธ์ระบบ GRC Helpline ซึ่งเป็นช่องทางให้คำปรึกษาสำหรับพนักงานในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับ Governance, Risk, Compliance และ Internal Control เพื่อส่งเสริมให้การปฏิบัติงานของพนักงานมีประสิทธิภาพแม้จะปฏิบัติงานจากที่พักอาศัย (Work From Home)
  • ประชาสัมพันธ์ความเข้าใจเกี่ยวกับจรรยาบรรณเรื่องของกำนัลและการเลี้ยงรับรอง เพื่อสร้างความตระหนักเรื่องแนวปฏิบัติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการให้และรับของขวัญ รวมไปถึงการเลี้ยงรับรองในโอกาสต่าง ๆ

แบบทดสอบจริยธรรม (Ethics  e-testing)

เอสซีจีมีการใช้แบบทดสอบจริยธรรมเป็นส่วนหนึ่งในเครื่องมือระบบเชิงป้องกัน (Proactive and Preventive System) ในการประเมิน การตรวจสอบ และการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านจริยธรรมให้แก่พนักงานทุกระดับเป็นประจำทุกปี ผ่านแบบทดสอบ “Ethics e-Testing และ e-Policy e-Testing” เพื่อให้สามารถนำเรื่องคุณธรรม อุดมการณ์ 4 จรรยาบรรณ และนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันมาปฏิบัติและประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมให้เกิดผลได้จริง โดยในปี 2563 ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 และ SCG e-Policy e-Testing ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งพนักงานของเอสซีจีทุกคนผ่านการทดสอบ นอกจากนี้ได้มีการวิเคราะห์การตอบแบบทดสอบของพนักงาน และสื่อสารให้พนักงานทุกระดับเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง แบบทดสอบจะมีการทบทวนทุกปีเพื่อให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ซึ่งในปีนี้มีการเพิ่มแบบทดสอบเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และเรื่องการบูรณาการการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลการปฏิบัติงาน และการควบคุมภายใน (Integrated GRC)

การต่อต้านคอร์รัปชัน

เอสซีจีให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาล ซึ่งรวมถึงการต่อต้านคอร์รัปชัน โดยคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัตินโยบายต่อต้านคอร์รัปชันซึ่งมีการทบทวนตามความเหมาะสม และได้กำหนดไว้เป็นส่วนหนึ่งของคู่มือจรรยาบรรณเอสซีจี (SCG Code of Conduct) ซึ่งเป็นพื้นฐานของการประพฤติปฏิบัติของพนักงานเอสซีจีปลูกฝังจนเป็นวัฒนธรรมขององค์กร โดยมีการสื่อสารและอบรมให้พนักงานเกิดความเข้าใจและนำไปปฏิบัติครอบคลุมถึงบริษัทย่อย มีการวิเคราะห์ข้อบ่งชี้และประเมินความเสี่ยงการเกิดคอร์รัปชันอย่างสม่ำเสมอ สร้างระบบงานเชิงป้องกัน กำหนดวิธีการลดความเสี่ยงและการควบคุม (Risk Mitigation and Control) ให้พนักงานใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการเกิดคอร์รัปชัน โดยมีสำนักงานตรวจสอบประเมินการปฏิบัติตามนโยบายฯ แล้วรายงานต่อคณะจัดการเอสซีจี คณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไข รวมถึง ได้จัดทำจรรยาบรรณคู่ธุรกิจ (SCG Supplier Code of Conduct) เพื่อสื่อสารให้เกิดความเข้าใจแนวการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลของเอสซีจี และเป็นมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน

นอกจากนี้ เอสซีจียังได้จัดทำช่องทางในการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดพร้อมกำหนดนโยบายคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้แจ้งเบาะแส เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรของบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ สามารถแจ้งข้อมูลหรือให้เบาะแสการฝ่าฝืนหรือความผิดปกติในการดำเนินธุรกิจของเอสซีจี ตลอดจนได้กำหนดแนวปฏิบัติในการตรวจสอบข้อร้องเรียน พร้อมทั้งเปิดเผยให้สาธารณชนทราบผ่านรายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report)

จากการดำเนินการดังกล่าว ทำให้เอสซีจีได้รับการรับรองเป็น Certified Company จากคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption – CAC) เมื่อปี 2556 และได้รับการต่ออายุการรับรองอย่างต่อเนื่องล่าสุดเมื่อปี 2562  โดยเกณฑ์การพิจารณารับรองของ CAC ได้ประยุกต์จากกรอบความคิด (Framework) ของ Bribery Act ของสหราชอาณาจักร (United Kingdom) ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของ ISO 37001 Anti-bribery Management Systems

 

การตรวจสอบข้อร้องเรียน

ในปี 2563 มีข้อร้องเรียนรวมทั้งสิ้น 38 เรื่อง ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วเสร็จรวม 33 เรื่อง (รวมข้อร้องเรียนของปี 2562 จำนวน 5 เรื่อง) และอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบสวน 10 เรื่อง ทั้งหมดนี้ไม่มีเรื่องการคอร์รัปชัน เรื่องที่ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ ได้ผลการสอบสวนแล้วเสร็จ และไม่มูลค่าความเสียหาย ดังนี้

การสนับสนุนต่อภาคส่วนต่างๆ

เอสซีบริษัทชั้นนำของประเทศไทย มีบทบาทเข้มแข็งในการสนับสนุนช่วยเหลือ มูลนิธิ องค์กรการกุศล และสมาคมธุรกิจจี ในฐานะกลุ่มต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติที่สนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งการยกระดับความเจริญก้าวหน้าของอุตสาหกรรมประเทศไทย ทางด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและสังคม

นอกจากนี้ เอสซีจี ได้เข้าร่วมและดำรงเป็นสมาชิกของสมาคมและองค์กรต่างๆ ที่อาจมีข้อนำเสนอ หรือ มุมมองต่างๆ เพื่อการพัฒนาประเทศและอุตสาหกรรม เพื่อให้ฝ่ายรัฐบาลได้นำไปพิจารณา  และในทางปฏิบัติ สมาคมและองค์กรเหล่านี้ไม่มีอิทธิพลต่อรณรงค์ทางด้านการเมืองแต่อย่างใด

เอสซีจีทำงานอย่างใกล้ชิดกับ สมาคมการค้าต่างๆ ทั้งระดับนานาชาติและระดับประเทศ  กลุ่มที่ได้รับการยกเว้นภาษีและ กลุ่มอื่น ๆ  เพื่อเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับ แนวโน้มและความต้องการด้านต่างๆ รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อแนะนำต่างๆ  เอสซีจีให้การสนับสนุนองค์กรดังกล่าว ทั้งในด้านมูลค่าที่เป็นตัวเงินและทรัพยากรบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการเข้าร่วมสนับสนุนโครงการนั้นๆ ในปี 2563 เอสซีจี มุ่งเน้นในการแก้ไขปัญหามลพิษจากขยะพลาสติกพร้อมกับการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนตามรายละเอียดสถานะการเข้าร่วมโครงการที่แสดง ต่อไปนี้

การถือหุ้นของผู้บริหาร

ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์และการดำเนินงานของบริษัทให้บรรลุตามเป้าหมาย  เอสซีจีสนับสนุนให้ฝ่ายจัดการถือหุ้นของบริษัท เพื่อสร้างแรงจูงใจในการบริหารงานและสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน โดยมีเงื่อนไขว่าการได้มาซึ่งหุ้นดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อกฎระเบียบ และข้อกำหนดตามที่ระบุไว้ในคู่มือการกำกับดูแลกิจการของเอสซีจี

คณะกรรมการบริษัทยังได้อนุมัติโครงการผลตอบแทนสำหรับพนักงานกลุ่ม Startups ในรูปแบบของการถือหุ้น (ESOP) เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของกิจการ  โดยกรรมการผู้จัดการใหญ่และฝ่ายจัดการสามารถร่วมลงทุนผ่านการถือหุ้นและมีส่วนร่วมในการระดมทุนเพื่อใช้ในการดำเนินงานด้วย

การถือหุ้นของผู้ดำรงตำแหน่งระดับบริหาร