Close
1 June 2018

การจัดการคุณภาพอากาศ

ออกไซด์ของไนโตรเจน

ออกไซด์ของไนโตรเจน ของเอสซีจี ส่วนใหญ่เกิดจากกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ ในปฏิกิริยาการเผาไหม้ในหม้อเผาที่ต้องใช้อุณหภูมิสูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส และอีกส่วนหนึ่งมาจากโมเลกุลไนโตรเจนในเชื้อเพลิงที่ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในขณะเผาไหม้ โดยเอสซีจีได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก World Business Council for Sustainable Development-Cement Sustainability Initiative (WBCSD-CSI) ได้แสดงความมุ่งมั่นควบคุมปริมาณก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนที่ปล่อยออกจากปล่องหม้อเผาไม่ให้เกิน 1,700 กรัมต่อตันปูนเม็ด ซึ่งจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง โดยโรงงานปูนซีเมนต์ทุกแห่งของเอสซีจีได้ทำการติดตั้ง Low NOx Burner เพื่อลดปริมาณก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจนที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ทำการปรับปรุง Preheater Cyclone และระบบ Calciner เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ให้ดียิ่งขึ้น และทำการควบคุมกระบวนการเผาไหม้ ให้สัดส่วนของเชื้อเพลิงและอากาศเหมาะสม ลดอากาศส่วนเกิน หรือ Excess Air ทำให้ลดการเกิดปฏิกิริยาระหว่างไนโตรเจนกับออกซิเจนอีกทางหนึ่ง

สำหรับในพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ให้ความสำคัญกับออกไซด์ของไนโตรเจน เพราะมีทั้งโรงงานผลิตไฟฟ้า และอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ที่ต้องมีการเผาไหม้ที่อุณหภูมิสูง เอสซีจี เคมิคอลส์ ตระหนักถึงความสำคัญของการลดการเกิดออกไซด์ของไนโตรเจน โดยเฉพาะที่เตาแตกโมเลกุล (Cracker Furnace) เอสซีจี เคมิคอลส์ จึงได้นำเทคโนโลยีหัวเผาชนิด Ultra Low NOx burner เข้ามาใช้ สามารถลดการปล่อยออกไซด์ของไนโตรเจนได้ดีกว่าหัวเผาทั่วไปได้ถึงร้อยละ 80 และยังลดพลังงานที่ใช้ โดยได้กำหนดให้ใช้ Ultra Low NOx burner สำหรับโรงงานเคมิคอลส์เป็นมาตรฐานขั้นต่ำตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนตั้งโรงงาน

นอกจากนี้เอสซีจี แพคเกจจิ้ง ได้มีการติดตั้งหม้อต้มไอน้ำประสิทธิภาพสูง ทำให้สามารถควบคุมอุณหภูมิในการเผาไหม้ได้คงที่ ซึ่งสามารถช่วยลดค่าออกไซด์ของไนโตรเจนได้อีกทางหนึ่ง

 

ออกไซด์ของซัลเฟอร์

สาเหตุหลักของฝนกรด ออกไซด์ของซัลเฟอร์ กว่าร้อยละ 90 เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตในขั้นตอนการเผาไหม้เชื้อเพลิงโดยเฉพาะถ่านหิน ซึ่งมีส่วนประกอบของซัลเฟอร์ ธุรกิจซีเมนต์ได้กำหนดเป้าหมายการปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) จากปล่องหม้อเผาตามข้อตกลงของ WBCSD-CSI ไม่เกิน 120 กรัมต่อตันปูนเม็ด โดยได้ติดตั้งระบบ Calciner เพื่อลดการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์

เอสซีจี แพคเกจจิ้งผู้ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลักในการให้ความร้อนกับหม้อต้มไอน้ำ จึงได้มีมาตรการลดการเกิดออกไซด์ของซัลเฟอร์ ด้วยการควบคุมกระบวนการ ตั้งแต่การเลือกใช้ถ่านหินคุณภาพสูง ที่มีปริมาณซัลเฟอร์ต่ำและการเพิ่มสัดส่วนการนำชีวมวล Waste Reject จากวัตถุดิบ Waste Paper และการนำ biogas จากระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ เข้ามาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนถ่านหิน ขณะเดียวกันก็บำบัดอากาศเสียก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกด้วยการเติม Limestone ทำให้เกิดปฏิกิริยาได้เป็น ยิปซั่ม สำหรับนำไปใช้ในกระบวนการผลิตซีเมนต์ต่อไป

 

ฝุ่นจากปล่อง

ฝุ่นเป็นมลพิษอากาศหลักสำหรับกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ เกิดขึ้นในกระบวนการบดย่อยลดขนาดของวัตถุดิบ กระบวนการเผาไหม้เชื้อเพลิงและการทำปฏิกริยา การบดย่อยปูนเม็ด การบรรจุผลิตภัณฑ์ ตลอดจนระบบขนส่งหรือการลำเลียงวัตถุดิบและปูนซีเมนต์ และจากการเข้าร่วมเป็นสมาชิก WBCSD-CSI เอสซีจี ได้แสดงความมุ่งมั่นควบคุมปริมาณฝุ่นที่ปล่อยออกจากปล่องในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์จะต้องไม่เกิน 150 กรัมต่อตันปูนเม็ด โดยได้นำเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงในการควบคุมมลพิษมาใช้เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ อาทิ การติดตั้งระบบดักฝุ่นประสิทธิภาพสูงด้วยระบบดักฝุ่นไฟฟ้าสถิต และระบบถุงกรอง ซึ่งทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นได้สูงถึงร้อยละ 99.9 และการออกแบบอาคาร เครื่องจักร ระบบลำเลียงให้เป็นระบบปิดทั้งหมด เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายออกนอกพื้นที่เขตปฏิบัติงาน

 

สารอินทรีย์ระเหย

สารอินทรีย์ระเหยในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี มาจากทั้งวัตถุดิบผลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์พลอยได้ โดยสารอินทรีย์ระเหยบางชนิดส่งผลต่อสุขภาพกับผู้ที่สัมผัส อาทิ เบนซีน โทลูอีน บิวทาไดอีน และสารอินทรีย์ระเหยบางชนิดส่งผลให้เกิดมลพิษทางอากาศ อาทิ โอโซนที่ระดับผิวโลก ก่อให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้จัดให้มีการสำรวจและจัดทำแผนผังแหล่งกำเนิดสารอินทรีย์ระเหยในหน่วยต่าง ๆ อาทิ ถังเก็บวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ การขนถ่ายวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ ระบบบำบัดน้ำเสีย และสารที่หลงเหลือจากการเผาไหม้ที่หอเผา และได้ดำเนินการปรับปรุงกระบวนการต่าง ๆ เพื่อลดการฟุ้งกระจายและรั่วซึมของสารอินทรีย์ระเหย อาทิ การออกแบบโรงงานให้เป็นระบบปิด ระบบขนถ่ายผลิตภัณฑ์เป็นรูปแบบการขนถ่ายขึ้นมาจากด้านล่าง การปิดคลุมในระบบบำบัดน้ำเสีย การตรวจสอบและซ่อมแซมข้อต่อ วาล์ว และอุปกรณ์ประกอบท่อ การปรับปรุง จุดเก็บตัวอย่างให้เป็นระบบปิด และปั๊มแบบไม่มีการรั่วซึม (Sealless pump)  ถังเก็บวัตถุดิบแนฟทาที่มีหลังคาคลุม ทำให้สามารถควบคุมการระบายของสารอินทรีย์ระเหยได้ดีกว่ามาตรฐานสากลถึงร้อยละ 30 เป็นต้นแบบของการบริหารจัดการสารอินทรีย์ระเหยในอุตสาหกรรม

 

สารปรอท

สารปรอทที่เกิดในกระบวนการผลิตปูนซิเมนต์ส่วนใหญ่มาจากวัตถุดิบและเชื้อเพลิงที่ใช้ในกระบวนการผลิต ดังนั้น ปริมาณของสารปรอทจึงขึ้นอยู่กับสัดส่วนของวัตถุดิบ ประเภทของเชื้อเพลิงและแหล่งของเชื้อเพลิงที่ใช้ เอสซีจี ซิเมนต์จึงได้มีตั้งเกณฑ์ภายใน ในการควบคุมการปล่อยสารปรอท และทำการควบคุมคุณภาพของกากของเสียอุตสาหกรรม วัตถุดิบทดแทน และเชื้อเพลิงในเตาเผาปูนซิเมนต์

โรงงานปูนซีเมนต์ทุกแห่งของเอสซีจี ได้มีการติดตามค่าการปล่อยสารปรอทจากปล่องของเตาเผาปูนซิเมนต์ให้เป็นไปตามที่กฏหมายกำหนดและทำการตรวจวัดอย่างน้อย 2 ครั้ง/ปี รวมถึงการรายงานค่าการปล่อยสารปรอทในรายงานติดตามผลการดำเนินงานตามการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

นอกจากนี้เอสซีจีได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก World Business Council for Sustainable Development-Cement Sustainability Initiative (WBCSD-CSI) ได้แสดงความมุ่งมั่นในการควบคุมค่าการปล่อยสารปรอทจากปล่องของเตาเผาปูนซิเมนต์ให้สามารถเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ชั้นนำของโลก