Close
23 June 2020

สุขภาพและความปลอดภัย

การดำเนินงานของเอสซีจีมีธุรกิจหลากหลายตั้งแต่การผลิต การให้บริการ การขนส่ง รวมถึงยังมีพนักงานและคู่ธุรกิจที่เข้ามามีบทบาทสำคัญ เราจึงให้ความใส่ใจและพยายามอย่างเต็มความสามารถในการที่จะลดการบาดเจ็บ เจ็บป่วยและเสียชีวิตจากการทำงานทั้งพนักงานและคู่ธุรกิจ ในทุกธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

เอสซีจีจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเป็นสองส่วน คือคณะกรรมการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และคณะกรรมการความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง เพื่อให้การกำกับดูแลมีความเข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสร้างมาตรการด้านความปลอดภัยที่มีมาตรฐานสูงมากำกับดูแลด้านความปลอดภัยอย่างจริงจัง และพัฒนานวัตกรรมมาช่วยลดความเสี่ยงในการทำงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับส่งเสริมให้หัวหน้างานและผู้บริหารเป็นผู้นำด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างความปลอดภัยเป็นวัฒนธรรมทั่วทั้งองค์กรในทุกประเทศที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ

เป้าหมาย

  • จำนวนอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิตของพนักงานและคู่ธุรกิจเท่ากับ 0 ทุกปี
  • ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานของพนักงานและคู่ธุรกิจเป็น 0 ภายในปี 2565
  • อัตราการเจ็บป่วยและโรคจากการทำงานของพนักงานเป็น 0 ทุกปี

 กลยุทธ์

  1. สร้างความตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
    สร้างความตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานให้เกิดเป็นวัฒนธรรมความปลอดภัย
  1. ส่งเสริมความเป็นผู้นำด้านความปลอดภัย
    ส่งเสริมผู้บริหาร หรือหัวหน้างานให้เป็นผู้นำด้านความปลอดภัยที่ใส่ใจดูแลพนักงานและคู่ธุรกิจอย่างใกล้ชิด
  1. ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย
    ใช้ระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งในและต่างประเทศ
  1. การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล
    พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือกำกับดูแลการปฏิบัติงานที่สะดวกและรวดเร็ว เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

ความปลอดภัยในที่ทำงาน (Workplace Safety)

  • เอสซีจีประกาศใช้กฎพิทักษ์ชีวิต 9 ข้อ (Life Saving Rules) ที่ละเลยไม่ได้กับทุกบริษัท โดยหากมีการฝ่าฝืนก็จะถูกลงโทษตามข้อกำหนดอย่างเข้มงวดในปี 2562 พบการละเมิดกฎพิทักษ์ชีวิต และพิจารณาการลงโทษทั้งสิ้น 258 ราย เป็นพนักงาน 26 ราย และคู่ธุรกิจ 232 ราย ทั้งนี้จำนวนการฝ่าฝืนลดลงจากปี 2561 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความเข้มงวดขึ้นในการตรวจสอบและควบคุม ซึ่งหมายถึงการป้องกันอุบัติเหตุจากความเสี่ยงเหล่านี้ได้มากขึ้น

  • ใช้ SCG Safety Framework ในการบริหารจัดการความปลอดภัยและ SPAP ในการตรวจประเมินมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 มีจำนวนบริษัทในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองในระดับที่ 5 (Leading) 13.6% ได้รับการรับรองในระดับ 4 (Succeeding) 64.8% เพิ่มขึ้นจากปี 2561 อยู่ที่ 5.5% และ 14.2% ตามลำดับ และได้รับการรับรองระดับที่ 3 (Qualify) 21.6%

SCG Safety Framework

  • ยกระดับผู้นำเพื่อความปลอดภัย โดยผู้บริหารและหัวหน้างาน ต้องแสดงภาวะความเป็นผู้นำและเป็นตัวอย่างที่มุ่งมั่นเอาจริงด้านความปลอดภัย เช่น การให้คำแนะนำ (Coaching) การเดินสำรวจงาน (Leadership Line Walk) การติดตามผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยด้วย Visual Board (Visualization) และการสังเกตการทำงานเพื่อความปลอดภัย (Safety Observation Program)

ความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง (Transportation Safety)

เอสซีจียกระดับมาตรฐานการขนส่งปลอดภัย โดยทุกกลุ่มธุรกิจร่วมกันจัดทำมาตรฐานที่ใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงานของทั้งองค์กร เรียกว่า Goods Transportation Safety รวมทั้งนำมาตรฐานนี้ไปปรับใช้กับคู่ธุรกิจขนส่ง และมุ่งมั่นพัฒนาพนักงานขับรถให้มีทักษะการขับรถและมีความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม พร้อมกับนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยดูแลความปลอดภัย

  • Driver Management System
    • การพัฒนาพนักงานขับรถ เราพยายามยกระดับมาตรฐานด้านการขับขี่ และพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้กำกับดูแลการบริหารจัดการขนส่งอย่างจริงจัง ตั้งแต่ปี 2554 เอสซีจีก่อตั้งโรงเรียนทักษะพิพัฒน์ (SCG Skills Develop School) เป็นโรงเรียนเอกชนนอกระบบประเภทวิชาชีพ มีหลักสูตรการขับรถบรรทุกสินค้า สำหรับผู้สนใจและคู่ธุรกิจด้านรับเหมาขนส่ง โดยมีสนามฝึกขับรถมาตรฐานและครูฝึกผู้ชำนาญการ
    • ศูนย์ควบคุมและติดตามพนักงานขับรถ (Logistics Command Center) และ Kubdee ศูนย์ควบคุมฯ ของเอสซีจีโลจิสติกส์ มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง คอยติดตามรถบรรทุกซึ่งได้ติดตั้ง GPS แล้วทุกคัน และแจ้งเตือนพนักงานขับรถเมื่อมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อความปลอดภัย และพัฒนาแอปพลิเคชั่น Kubdee ซึ่งตรวจจับลักษณะใบหน้าและดวงตาของพนักงานที่บ่งบอกอาการง่วง หรือหลับในล่วงหน้าและแจ้งเตือนพนักงานเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ โดยจะเริ่มใช้ในปี 2563
  • Corporate Standard
    ยกระดับมาตรฐานการขนส่งปลอดภัย โดยทุกกลุ่มธุรกิจร่วมกันจัดทำมาตรฐาน ที่ใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงานของทั้งองค์กรที่เรียกว่า Goods Transportation Safety รวมทั้งนำมาตรฐานนี้ไปปรับใช้กับคู่ธุรกิจขนส่ง โดยส่งเสริมให้คู่ธุรกิจขนส่งสามารถกำกับดูแลความปลอดภัยด้วยตนเอง

ผลการดำเนินงานด้านสังคม