Close
31 May 2018

สุขภาพและความปลอดภัย

การบริหารจัดการ

เอสซีจีใช้เครื่องมือตรวจประเมินประสิทธิผลด้านความปลอดภัยตามข้อกำหนดของเอสซีจี(Safety Performance Assessment Program ,SPAP) มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 และกำหนด“กฎพิทักษ์ชีวิต (Life Saving Rules)” เพื่อให้พนักงานและคู่ธุรกิจปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดป้องกันการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง อันอาจมีผลให้สูญเสียชีวิต ตลอดจนการสร้างพฤติกรรมและวัฒนธรรมการทำงานที่มีความปลอดภัยทั่วทั้งองค์กร (Total Safety Culture) ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เอสซีจีเข้าไปดำเนินธุรกิจ

เป้าหมาย

  • จำนวนอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิตเท่ากับศูนย์ในทุกปี
  • ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานในปี 2560 และปี 2561เท่ากับ 0.030 และ 0.023 ตามลำดับ และเป็นศูนย์ภายในปี 2565
  • ลดอัตราการเจ็บป่วยและโรคจากการทำงานต่อเนื่องทุกปี

Target

  • Zero fatality every year.
  • Reduce Loss Time Injury Frequency Rate in 2017 and 2018 to 0.030 and 0.023 respectively, and to be zero by 2022.
  • Continuously reduce Occupational illness and disease

กลยุทธ์

  1. การสร้างพฤติกรรมความปลอดภัยด้วยกฎพิทักษ์ชีวิต

ประกาศใช้กฎพิทักษ์ชีวิตซึ่งเป็นกฎความปลอดภัยที่ละเลยไม่ได้กับทุกบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างความตระหนักให้พนักงานและคู่ธุรกิจ คำนึงถึงอันตรายที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงหรือเสียชีวิต เพื่อสร้างพฤติกรรมความปลอดภัยในแนวทางเดียวกัน และสามารถขยายผลไปช่วยคนอื่น

  1. การลดความเสี่ยงและควบคุมการปฏิบัติอย่างมีวินัย

ทบทวนและประเมินความเสี่ยงในการทำงานที่มีแนวโน้มการเสียชีวิตหรือบาดเจ็บรุนแรง เช่น งานบนที่สูงเกินกว่า 1.8 เมตร การทำงานที่ใกล้ชิด หรือสัมผัสกับจุดหมุน จุดหนีบของเครื่องจักรงานที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและระบบไฟฟ้าตลอดจนการขนส่งสินค้าและการโดยสารรถเป็นต้น พร้อมทั้งปรับปรุงระบบปฏิบัติการและติดตามการควบคุมให้เกิดการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง

  1. การสร้างความชัดเจนในการแสดงออกความเป็นผู้นำด้านความปลอดภัย

ส่งเสริมให้ผู้บริหารแสดงพฤติกรรมที่แสดงภาวะความเป็นผ้นำและเป็นตัวอย่างด้านความปลอดภัยให้พนักงานและคู่ธุรกิจ สามารถรับรู้ว่าผู้บริหารห่วงใย (Care) และให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับการติดตามวัดผลระดับความเป็นผู้นำเพื่อนำมาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

  1. การพัฒนามาตรฐานด้านความปลอดภัยในประเทศที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ

นำเครื่องมือ SPAP เข้าไปใช้ในประเทศต่างๆ โดยการสร้างโมเดลในทุกธุรกิจในแต่ละประเทศนำร่องและสร้างแนวทางเพื่อให้เกิดการขยายผลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าหมายยกระดับโรงงานนำร่องให้ผ่านการตรวจประเมิน SPAP ที่ Level 4(Succeeding) หรือสูงกว่าในปี 2561