Close
6 July 2020

กลยุทธ์ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน

เอสซีจีมีอุดมการณ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม โดยยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายเพื่อประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน จึงได้กำหนดกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยอ้างอิงกับแนวทางการดำเนินการในระดับสากล ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมภายใต้หลักบรรษัทภิบาลที่ดี เพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่สอดคล้องกันในทุกกลุ่มธุรกิจ จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการการพัฒนาอย่างยั่งยืนเอสซีจี ตั้งแต่ปี 2538 เพื่อทำหน้าที่กำหนดเป้าหมาย และแนวทางการดำเนินงานให้ทุกธุรกิจนำไปปฎิบัติ รวมทั้งจัดทำ “แนวทางปฎิบัติการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ในปี 2551 เพื่อใช้เป็นคู่มือการดำเนินการในเรื่องต่างๆ อันจะส่งผลให้การนำไปปฎิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความเชื่อมโยงของการดำเนินงาน ในแต่ละเรื่องที่อาจมีหลายหน่วยงานรับผิดชอบร่วมกัน เอสซีจีกำหนดกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนในสามเรื่องหลัก ได้แก่ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจหมุนเวียน และความปลอดภัย

การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงมากขึ้น เป็นปัจจัยเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามความตกลงปารีส เอสซีจีได้แสดงความมุ่งมั่นในการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียสภายในศตวรรษนี้ และสนับสนุนการควบคุมให้ไม่สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส โดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 28% ภายในปี 2573 (เทียบกับกรณีปกติ ณ ปีฐาน 2550) และยังได้ตั้งเป้าหมายระหว่างทาง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20% และลดการใช้พลังงานลง 13% ให้ได้ภายในปี 2568

กลยุทธ์

  1. เพิ่มปริมาณการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลและแหล่งพลังงานสะอาด ทดทแนเชื้อเพลิงฟอสซิล
  2. ปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนกระบวนการและอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงขึ้น
  3. วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการใช้พลังงานทดแทนโดยใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นกลยุทธ์หลัก
  4. พัฒนาสินค้าและบริการที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  5. จัดกิจกรรมสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์พลังงานและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศให้แก่พนักงานและคู่ธุรกิจ
  6. ปลูกและฟื้นฟูพื้นที่ป่าบนบก ชายฝั่งและหญ้าทะเลให้มีความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์

การบริหารจัดการ

  • จัดทำมาตรการเพื่อบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นไปตามความตกลงปารีส
  • กำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร (ICP) และนำมาใช้เป็นปัจจัยหนึ่งประกอบการตัดสินใจลงทุนในโครงการที่มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • จัดทำและเปิดเผยการจัดการประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามแนวทางของ TCFD
  • จัดตั้งคณะทำงาน Natural Climate Solution และเข้าร่วมกับ WBCSD NCS

เศรษฐกิจหมุนเวียน

ปัญหาขยะที่ส่งผลกระทบเพิ่มสูงขึ้นและการขาดแคลนทรัพยากรของโลก ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้หลักการ “ผลิต-ใช้-วนกลับ” (Make-Use-Return) เป็นแนวคิดสำคัญในการจัดการและรับมือกับปัญหาดังกล่าว เอสซีจีจึงนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาเป็นกลยุทธ์หนึ่งในสามกลยุทธ์ของการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเอสซีจี โดยสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อเกิดการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด และลดอัตราการใช้ทรัพยากรใหม่อย่างสิ้นเปลือง

กลยุทธ์

  1. การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อสร้างและรักษาคุณค่าหลักของวัสดุสูงสุด
  2. การรวบรวมและจัดการของเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่
  3. การปรับเปลี่ยนสร้างธุรกิจใหม่ตามแนวคิดทำบริการให้เป็นสินค้า (Product as a Service)

การบริหารจัดการ

  • การตั้งคณะกรรมการเศรษฐกิจหมุนเวียนมากำกับดูแลและสร้างปัจจัยความสำเร็จของเศรษฐกิจหมุนเวียนใน 5 ด้าน ได้แก่ การสร้างความตระหนัก การสร้างความร่วมมือ การกำหนดข้อบังคับ การสร้างนวัตกรรม และการสร้างระบบบริหารจัดการและประเมินผล

ความปลอดภัย

การดำเนินงานของเอสซีจีมีธุรกิจหลากหลาย ตั้งแต่การผลิต การให้บริการ การขนส่ง รวมถึงยังมีพนักงานและคู่ธุรกิจที่เข้ามีบทบาทสำคัญ  เราจึงให้ความใส่ใจและมุ่งความพยายามอย่างเต็มความสามารถในการลดอุบัติเหตุ โดยตั้งเป้าหมายสูงสุดว่าจะไม่มีอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานภายในปี 2565 และไม่มีอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิตของพนักงานและคู่ธุรกิจในทุกปี  แม้ปัจจุบันเราจะยังไม่บรรลุเป้าหมายดังกล่าว แต่ความพยายามของเราก็มีแนวโน้มที่ใกล้เป้าหมายมากขึ้นเรื่อยๆ

กลยุทธ์

  1. สร้างความตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานให้เกิดเป็นวัฒนธรรมความปลอดภัย
  2. ส่งเสริมผู้บริหารหรือหัวหน้างานให้เป็นผู้นำด้านความปลอดภัยที่ใส่ใจดูแลพนักงานและคู่ธุรกิจอย่างใกล้ชิด
  3. ใช้ระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งในและต่างประเทศ
  4. พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือกำกับดูแลการปฏิบัติงานที่สะดวกและรวดเร็วเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

การบริหารจัดการ

  • ตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเป็นสองส่วน คือ คณะกรรมการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และคณะกรรมการความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง เพื่อให้การกำกับดูแลมีความเข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น