จรรยาบรรณธุรกิจ

นับตั้งแต่องค์กรก่อตั้งในปี 2456 เอสซีจีได้ดำเนินธุรกิจและปลูกฝังให้พนักงานยึดมั่นในอุดมการณ์เอสซีจีซึ่งประกอบด้วย “ตั้งมั่นในความเป็นธรรม มุ่งมั่นใน ความเป็นเลิศ เชื่อมั่นในคุณค่าของคน และถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม” ซึ่งเป็นรากฐานของการดำเนินธุรกิจตามแนวทางพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้หลักบรรษัทภิบาลที่คำนึงถึงการสร้างคุณค่าร่วมกันในสังคม สร้างสรรค์สินค้าบริการและโซลูชัน ด้วยนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและพัฒนาเศรษฐกิจไปด้วยกันอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส
การขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้สภาวะการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ความผันผวนของสภาพเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคมยุคใหม่ กลับยิ่งสร้างความมุ่งมั่นให้เอสซีจีดำเนินธุรกิจบนหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนสะท้อนผ่าน 3 ประเด็นสําคัญได้แก่ Net Zero, Nature Positive และ Inclusive Society
โดยนำหลักการ GRC (Governance, Risk Management and Compliance) มาปฏิบัติใช้ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัทร่วมกับผู้บริหารระดับสูง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง ESG รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสตามมาตรฐานการรายงานข้อมูลด้าน ESG ในระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มีส่วนได้เสียต่อการดำเนินงานของเอสซีจี
ด้วยเหตุนี้ เอสซีจีจึงสนับสนุนให้พนักงานทุกระดับที่ปฏิบัติงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีความตระหนักรู้ในหลัก GRC เข้าใจเป้าหมายของงานที่รับผิดชอบสามารถประเมินและรู้เท่าทันความเสี่ยง และปฏิบัติงานให้สอดคล้องตามกฎเกณฑ์ได้อย่างถูกต้อง และนำมาปฏิบัติใช้ในการทำงานตลอดเวลา จนกลายเป็นพฤติกรรมที่พึงมีทั้งในการทำงานและชีวิตประจำวัน
เป้าหมาย
- พนักงานเรียนรู้และทดสอบ ด้านจริยธรรมผ่าน Ethics e-Testing 100%
- เป็นองค์กรต้นแบบด้านบรรษัทภิบาลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
- ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎเกณฑ์ตลอดเวลา
- ไม่เกิดกรณีคอร์รัปชัน
- ส่งเสริมการแข่งขันทางการค้า
กลยุทธ์
- สร้างเสริมความรู้ความสามารถเรื่องการกํากับดูแลกิจการแก่คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงอย่างสม่ําเสมอ เพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่พนักงานเอสซีจี
- ปรับปรุงหลักบรรษัทภิบาลเอสซีจีและจรรยาบรรณเอสซีจีให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์มาตรฐานสากล ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
- ประเมินและตรวจสอบเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน โดยใช้ระบบเชิงป้องกันประกอบด้วยแบบทดสอบจริยธรรม การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในของหน่วยงาน 3 ระดับ (หน่วยปฏิบัติงาน หน่วยงานสนับสนุนและกำกับการปฏิบัติงาน และสำนักงานตรวจสอบ) และระบบรับข้อร้องเรียนที่ผู้มีส่วนได้เสียเข้าถึงได้
- สื่อสารและจัดฝึกอบรมด้านจรรยาบรรณแก่หน่วยงานกํากับดูแล พนักงาน รวมถึงคู่ค้าและคู่ธุรกิจเป็นประจํา เพื่อสร้างวัฒนธรรมการทํางานที่โปร่งใส
การสื่อสารและอบรมด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณเอสซีจีและหลัก GRC (Governance, Risk and Compliance)
คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงส่งเสริมการปลูกฝังความรู้และความตระหนักด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) และจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของ SCG (SCG Code of Conduct) พร้อมทั้งสนับสนุนให้มีการนำหลัก GRC (Governance, Risk Management, and Compliance) มาใช้ในการทำความเข้าใจเป้าหมายของงาน การสร้างจิตสำนึกด้านความเสี่ยง การประเมินความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พนักงานทุกคนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดSCG Code of Conduct จัดทำในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท และมีการแปลเพิ่มเติมเป็นภาษาอินโดนีเซีย เวียดนาม เขมร และลาว เพื่อรองรับพนักงานในบริษัทย่อยของ SCG ในประเทศต่าง ๆ เหล่านี้นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการสื่อสารและจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับ SCG Code of Conduct อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงาน รวมถึงพนักงานสัญญาจ้าง เข้าใจและปฏิบัติตามแนวทางอย่างเหมาะสมกับบริบทของแต่ละธุรกิจ
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทได้จัดกิจกรรมสำหรับพนักงานในทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ ผ่านช่องทางสื่อสารต่าง ๆ ตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน และได้นำจรรยาบรรณมาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีของพนักงาน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของ SCG เป็นไปด้วยความเป็นธรรมและโปร่งใสกิจกรรมสำคัญสามารถสรุปได้ดังนี้
• จัดทำสื่อการเรียนรู้และประชาสัมพันธ์ GRC เช่น GRC Intranet SCG Code of Conduct Intranet เผยแพร่ GRC VOICE e-Newsletter คู่มือ SCG GRC e-Rulebook คู่มือ ESG Guideline on MD Guidebook
• สื่อสารจากผู้บริหารระดับสูงไปสู่พนักงาน (Tone at the Top) จัดทำหลักสูตร E-learning สื่อประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับจรรยาบรรณเอสซีจี เพื่อผลักดันให้เกิดการปฏิบัติ ในรูปแบบภาษาไทย ภาษาอังกฤษและภาษาท้องถิ่น
• เสริมสร้างประสิทธิภาพของช่องทาง GRC Helpline ด้วยการพัฒนาให้สามารถเข้าถึงได้ผ่านทั้ง Intranet Portal และโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้พนักงานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแล ความเสี่ยง และการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Governance, Risk, and Compliance – GRC) ได้อย่างสะดวกและเชื่อถือได้นอกจากนี้ ยังได้พัฒนา Risk Assurance Map ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยประเมินและปรับปรุงบทบาทและความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้องในการบริหารความเสี่ยง ให้สอดคล้องกับแนวทาง Three Lines Model โดยมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ มีโครงสร้างที่ชัดเจน และหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนในการบริหารจัดการความเสี่ยง
การให้ความรู้และทดสอบจริยธรรมพนักงาน Ethics e-Testing
ปี 2568 เป็นปีที่ 11 ที่เอสซีจีจัดทําแบบทดสอบจริยธรรมของพนักงาน Ethics e-Testing มาอย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็น 3 ระดับ สอดคล้องกับบทบาทหน้้าที่และความรับผิิดชอบของพนักงาน โดยทดสอบในเรื่่องคุุณธรรม อุุดมการณ์เอสซีจี จรรยาบรรณเอสซีจี และนโยบายต่่อต้าน คอร์รัปชัน เพื่อให้พนักงานทุกระดับเรียนรู้และเข้าใจการปฏิบัติตามนโยบาย โดยในปี 2566 เพิ่มการปรับสัดส่วนแบบทดสอบให้กลุ่มวิชาชีพที่มีความเสี่ยง เช่น งานจัดซื้อ รัฐกิจสัมพันธ์ การขายและการตลาด เป็นต้น
ปี 2568 พนักงานเอสซีจีทำแบบทดสอบจริยธรรมผ่านเกณฑ์ 100% และนอกจากนี้ยังได้ทำการวิเคราะห์การตอบแบบทดสอบของพนักงาน โดยนำข้อสอบที่่พนักงานตอบผิดบ่อยมาสื่อสารให้้พนักงานเกิิดความเข้าใจที่่ถููกต้้อง แบบทดสอบจะมีการทบทวนทุกปีเพื่อให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

นโยบายการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 กรรมการผู้จัดการใหญ่ได้ประกาศนโยบายการกำกับดูแลการปฏิบัติงานเป็นลายลักษณ์อักษรในสารจากกรรมการผู้จัดการใหญ่ที่สื่อสารถึงทุกคนในองค์กร เพื่อยกระดับการกำกับดูแลการปฏิบัติงานให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานเอสซีจีทุกคนต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย การทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ โดยวางพื้นฐานให้ผู้ปฏิบัติงานในฐานะ First Line มีกระบวนการปฏิบัติงานที่มั่นใจได้ว่าจะป้องกันความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และมีหน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Second Line) เป็นผู้สนับสนุนการนำระบบการบริหารงานดังกล่าวไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยสร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักรู้ให้กับผู้ปฏิบัติงาน ให้คำปรึกษา กำหนดการควบคุม และร่วมสร้างจิตสำนึกในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์สืบทอดเป็นวัฒนธรรมของเอสซีจี เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเอสซีจี กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานเอสซีจีทุกคน ซึ่งจะส่งเสริมให้เอสซีจีเติบโตอย่างมั่นคง สมดุลและยั่งยืน
นโยบายในทุกประเทศที่ดำเนินธุรกิจ
ตั้งแต่ปี 2560 เอสซีจีกำหนดนโยบาย และแนวปฏิบัติสำหรับการปฏิบัติตามกฎหมายสำคัญ 3 เรื่อง เพื่อให้ทุกคนตระหนักและเป็นแนวทางในการปฏิบัติตามกฎหมายในทุกประเทศที่เอสซีจีดำเนินธุรกิจเพื่อยกระดับการกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนี้
- นโยบายการแข่งขันทางการค้า (Anti-trust Policy)
- นโยบายการจัดการข้อมูลภายในที่มีผลต่อราคาหลักทรัพย์ (Insider Trading Policy)
- นโยบายการเปิดเผยข้อมูล (Disclosure Policy)
การแข่งขันทางการค้า
นำระบบการบริหารงานด้านการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance Management System-CMS) มาใช้ในการปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าผู้บริหารและพนักงานมีความรู้ความเข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และมีระบบการติดตามที่มีประสิทธิภาพ
ที่ผ่านมาเอสซีจีและพนักงานเอสซีจีไม่มีคดีความหรือถูกร้องเรียนหรือถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมละเมิดกฎหมายการแข่งขันทางการค้า รวมทั้งไม่เคยโดนลงโทษหรือต้องจ่ายค่าปรับอันเนื่องมาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า นอกจากนี้ยังไม่พบการร้องเรียนภายในใดว่าพนักงานกระทำการฝ่าฝืนนโยบายหรือแนวปฏิบัติการแข่งขันทางการค้า
สนับสนุนบทบาทผู้บริหาร
เอสซีจีให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้กรรมการบริษัททุกคนปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้บริหารและพนักงาน ตามแนวทางบรรษัทภิบาลและการยึดมั่นในจรรยาบรรณเอสซีจี การจัดกิจกรรมให้กรรมการบริษัทได้แสดงบทบาทและมีส่วนร่วม
แบบทดสอบจริยธรรม (Ethics e-testing)
เอสซีจีมีการใช้แบบทดสอบจริยธรรมเป็นส่วนหนึ่งในเครื่องมือระบบเชิงป้องกัน (Proactive and Preventive System) ในการประเมิน การตรวจสอบ และการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านจริยธรรมให้แก่พนักงานทุกระดับเป็นประจำทุกปี ผ่านแบบทดสอบ “Ethics e-Testing และ e-Policy e-Testing” เพื่อให้สามารถนำเรื่องคุณธรรม อุดมการณ์ 4 จรรยาบรรณ และนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันมาปฏิบัติและประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมให้เกิดผลได้จริง โดยในปี 2568 ได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 11 และ SCG e-Policy e-Testing ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เพิ่มการปรับสัดส่วนแบบทดสอบให้กับกลุ่มวิชาชีพที่มีความเสี่ยงสูง เช่น งานจัดซื้อ รัฐกิจสัมพันธ์ การขายและการตลาด เป็นต้น โดยพนักงานของเอสซีจีที่ทำการทดสอบทุกคนผ่านการทดสอบ นอกจากนี้ได้มีการวิเคราะห์การตอบแบบทดสอบของพนักงานโดยนำข้อสอบที่พนักงานตอบผิดบ่อยครั้งมาสื่อสารให้พนักงานทุกระดับเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง แบบทดสอบจะมีการทบทวนทุกปีเพื่อให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น นอกจากจรรยาบรรณเอสซีจีและนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันแล้วยังมีเนื้อหาครอบคลุมถึงเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และเรื่องการบูรณาการการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง การควบคุมให้ปฏิบัติตามกฎและระเบียบ (Integrated GRC) และการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืน (ESG 4 Plus) ของเอสซีจี
กำหนดให้พนักงานเอสซีจีต้องทดสอบวัดความรู้ในเรื่อง Ethics e-Testing และ e-Policy e-Testing ต้องผ่านการทดสอบด้วยเกณฑ์์ร้อยละ 100 เพื่่อให้้พนักงานรับทราบ ตระหนัก และเกิดความเข้าใจสามารถนำไป ปฏิิบัติได้ถูกต้อง
พนักงานทุกคนในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องต้องผ่านการทดสอบ SCG e-Policy e-Testing (20 คำถาม) และ Ethics e-Testing ตามระดับดังต่อไปนี้
- ระดับ Basic (20 คำถาม) สำหรับพนักงานระดับ Operator และ Supervisor 1–2
- ระดับ Apply (10 คำถาม) สำหรับพนักงานระดับ Supervisor 3–4
- ระดับ Advance (10 คำถาม) สำหรับพนักงาน ระดับผู้บริหารทุกระดับขึ้นไป
การต่อต้านคอร์รัปชัน
เอสซีจีให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาล ซึ่งรวมถึงการต่อต้านคอร์รัปชัน โดยคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัตินโยบายต่อต้านคอร์รัปชันซึ่งมีการทบทวนตามความเหมาะสม และได้กำหนดไว้เป็นส่วนหนึ่งของคู่มือจรรยาบรรณเอสซีจี (SCG Code of Conduct) ซึ่งเป็นพื้นฐานของการประพฤติปฏิบัติของพนักงานเอสซีจีปลูกฝังจนเป็นวัฒนธรรมขององค์กร โดยมีการสื่อสารและอบรมให้พนักงานเกิดความเข้าใจและนำไปปฏิบัติครอบคลุมถึงบริษัทย่อย มีการวิเคราะห์ข้อบ่งชี้และประเมินความเสี่ยงการเกิดคอร์รัปชันอย่างสม่ำเสมอ สร้างระบบงานเชิงป้องกัน กำหนดวิธีการลดความเสี่ยงและการควบคุม (Risk Mitigation and Control) ให้พนักงานใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการเกิดคอร์รัปชัน โดยมีสำนักงานตรวจสอบประเมินการปฏิบัติตามนโยบายฯ แล้วรายงานต่อคณะจัดการเอสซีจี คณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัทเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไข รวมถึง ได้จัดทำจรรยาบรรณคู่ธุรกิจ (SCG Supplier Code of Conduct) เพื่อสื่อสารให้เกิดความเข้าใจแนวการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลของเอสซีจี และเป็นมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน โดยในปี 2565 มีการทบทวนนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันให้เกิดความชัดเจนสอดคล้องและเหมาะสมเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ
เอสซีจีผ่านการรับรองให้เป็น Certified Company จากคณะกรรมการแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันภาคเอกชนไทยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2556 โดยล่าสุดผ่านการรับรองเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2567 (ต่ออายุการรับรองทุก 3 ปี)โดยเกณฑ์การพิจารณารับรองของ CAC ได้ประยุกต์จากกรอบความคิด (Framework) ของ Bribery Act ของสหราชอาณาจักร (United Kingdom) ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของ ISO 37001 Anti-bribery Management Systems โดยเอสซีจีได้ดำเนินกิจกรรมด้านการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ จัดทำแนวปฏิบัติการกำกับการปฏิบัติงานด้านการต่อต้านคอร์รัปชันซึ่งสอดคล้องตาม ISO 19600 เพื่อเป็นแนวทางให้บริษัทหรือหน่วยงาน (First Line) ที่มีความเสี่ยงสูงด้านคอร์รัปชันใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ โดยมีหน่วยงานสนับสนุน (Second Line) เป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำ และมีสำนักงานตรวจสอบ (Third Line) ทำหน้าที่ประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้คณะจัดการ คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัท กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสซีจีได้สื่อสารให้พนักงานทุกระดับรับทราบและต้องปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พนักงานจัดการในฐานะฝ่ายบริหาร (First Line ระดับสูง) ต้องประเมินความเสี่ยง กำหนดมาตรการที่เหมาะสม ผลักดัน สื่อสาร และปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน โดยมีสำนักงานตรวจสอบจัดทำแบบประเมินเรื่องต่อต้านคอร์รัปชัน (Anti-Corruption Compliance Checklist) ให้กับหน่วยงานที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดแนวทางป้องกันควบคุมความเสี่ยงในการเกิดคอร์รัปชัน รวมถึงให้ผู้ตรวจสอบใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบและประเมินประสิทธิผลของการควบคุมภายในอีกด้วย นอกจากนี้ เอสซีจีได้ขยายขอบเขตการดำเนินการต่อต้านคอร์รัปชันไปสู่คู่ธุรกิจโดยสนับสุนนให้คู่ธุรกิจของเอสซีจีเข้าร่วมโครงการ CAC SME Certification ของแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย
Certified Companies of Thai Private Sector
นอกจากนี้ เอสซีจียังได้จัดทำช่องทางในการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดพร้อมกำหนดนโยบายคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้แจ้งเบาะแส เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรของบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ สามารถแจ้งข้อมูลหรือให้เบาะแสการฝ่าฝืนหรือความผิดปกติในการดำเนินธุรกิจของเอสซีจี ที่่สามารถรองรับการแจ้งเบาะแสทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาท้องถิ่นประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีีย และกัมพูชา ได้ตลอดเวลาหรือแจ้งด้วยวาจา หรือเป็นลายลักษณ์อักษร โดยส่งเป็นจดหมายหรืออีเมลไปถึงกรรมการอิสระที่่ ind_dir@scg.com ตลอดจนได้กำหนดแนวปฏิบัติในการตรวจสอบข้อร้องเรียน พร้อมทั้งเปิดเผยให้สาธารณชนทราบผ่านรายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report)

การตรวจสอบข้อร้องเรียน
ในปี 2568 มีข้อร้องเรียนผ่านระบบรับข้อร้องเรียนที่ให้บุคคลภายนอกและบุคลากรของเอสซีจีมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสของผู้กระทำผิดอันเกิดจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย นโยบาย ระเบียบบริษัท อุดมการณ์เอสซีจี และจรรยาบรรณ รวมทั้งสิ้น 52 เรื่อง ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วเสร็จรวม 48 เรื่อง (รวมข้อร้องเรียนของปีก่อน จำนวน 10 เรื่อง) ทั้งหมดนี้ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน นโยบายการแข่งขันทางการค้า ข้อพิพาทกับคู่แข่ง อนึ่งบริษัทไม่มีการถูกร้องเรียน หรือถูกฟ้องร้องว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรอบปีที่ผ่านมา และมูลค่าความเสียหายไม่เป็นนัยสำคัญ
| 2562 | 2563 | 2564 | 2564 | 2566 | 2567 | 2568 | |
| จำนวนข้อร้องเรียนทั้งหมด | 30 | 38 | 30 | 51 | 55 | 47 | 52 |
| จำนวนข้อร้องเรียนที่สอบสวนแล้วเสร็จ | 29 | 33 | 28 | 45 | 54 | 37 | 48 |
| ประเภทข้อร้องเรียนที่สอบสวนแล้วเสร็จ | |||||||
| 1.ผิดจรรยาบรรณหรือทุจริต | |||||||
| 1.1 ผลประโยชน์ทับซ้อน | 3 | 1 | 4 | 4 | 6 | 5 | 1 |
| 1.2 คอร์รัปชัน | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 1.3 การละเมิดสิทธิมนุษยชน | 0 | 0 | 0 | 1 | 1 | 0 | 0 |
| 1.3.1 การล่วงละเมิดทางเพศ | 0 | 0 | 0 | 0 | 1 | 0 | 0 |
| 1.3.2 การล่วงละเมิดในรูปแบบอื่นๆ | 0 | 0 | 0 | 1 | 0 | 0 | 1 |
| 1.4 การแข่งขันทางการค้า | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 1.5 การใช้ข้อมูลภายใน | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 1.6 การฟอกเงิน | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 1.7 การจัดการข้อมูลภายใน | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 1.8 อื่นๆ | 0 | 2 | 2 | 6 | 0 | 0 | 0 |
| 2. ไม่ปฏิบัติตามระเบียบบริษัท | 8 | 8 | 6 | 15 | 18 | 16 | 28 |
| 2.1 ข้อมูลส่วนบุคคล | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| 2.2 อื่นๆ | 8 | 8 | 6 | 15 | 18 | 16 | 28 |
| 3. ไม่เป็นไปตามข้อร้องเรียน | 18 | 22 | 16 | 19 | 29 | 16 | 18 |
การสนับสนุนต่อภาคส่วนต่างๆ
เอสซีจีบริษัทชั้นนำของประเทศไทย มีบทบาทเข้มแข็งในการสนับสนุนช่วยเหลือ มูลนิธิ องค์กรการกุศล สมาคมการค้าต่าง สมาคมธุรกิจ และกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นภาษี ในฐานะกลุ่มต่างๆ ทั้งในระดับนานาชาติ และระดับประเทศ เพื่อเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับแนวโน้มและความต้องการด้านต่างๆ รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อแนะนำต่างๆ โดยให้การสนับสนุนองค์กรดังกล่าว ทั้งในด้านมูลค่าที่เป็นตัวเงินและทรัพยากรบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการเข้าร่วมสนับสนุนโครงการนั้นๆ
เอสซีจีวางตัวเป็นกลางทางการเมือง โดยมีนโยบายไม่สนับสนุนด้านการเงินหรือรูปแบบอื่นแก่พรรคการเมือง กลุ่มแนวร่วมทางการเมือง หรือผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งทางการเมืองทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค หรือระดับประเทศ หรือบุคคลผู้มีอิทธิพลทางการเมือง หรือนักวิ่งเต้นทางการเมือง หรือผู้ได้รับประโยชน์ทางการเมือง และอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน (การรณรงค์หาเสียง การซื้อเสียง กิจกรรมเพื่อการลงคะแนนเสียง การลงประชามติ ฯลฯ ) รวมทั้งมีนโยบายไม่จ่ายค่าอำนวยความสะดวกให้กับพนักงานรัฐซึ่งหมายถึงการกระทำใดๆ ที่อาจทำให้เกิดอิทธิพลหรือแรงจูงใจในการตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใดและทำให้เกิดการปฏิบัติหน้าที่หรือการตัดสินใจที่ไม่เป็นธรรม
ในปี 2568 เอสซีจียังคงมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนตามแนวทาง ESG และหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การยกระดับการจัดการขยะพลาสติก เปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้น ตามรายละเอียดสถานะการเข้าร่วมโครงการที่แสดง ต่อไปนี้
| ประเด็นสำคัญหรือหัวข้อ | สถานะการเข้าร่วม | รายละเอียดการมีส่วนร่วม (การสนับสนุน) | มูลค่าการสนับสนุนทั้งหมดในปี 2568 (บาท) |
| ความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจที่ยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่านเพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ | สนับสนุน | SCG ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการเช่นเดียวกับภาคธุรกิจอื่น ๆ ทั้งในประเทศและทั่วโลก ซึ่งดำเนินธุรกิจท่ามกลางวิกฤตหลายด้านที่เกิดขึ้นพร้อมกัน (Global Polycrisis) ไม่ว่าจะเป็นความท้าทายทางเศรษฐกิจจากภาวะเงินเฟ้อที่เป็นผลมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง SCG ยึดมั่นในแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการบรรลุเป้าหมาย Net Zero SCG มีส่วนร่วมกับสมาคมและองค์กรระดับชาติและนานาชาติ ได้แก่ World Business Council for Sustainable Development (WBCSD), Global Cement and Concrete Association (GCCA), UN Global Compact (UNGC) รวมถึงสมาคมและองค์กรในประเทศไทย เช่น สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA), หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันพัฒนานโยบายสาธารณะและแนวทางต่าง ๆ ในระดับองค์กร มุ่งสู่การยกระดับผลการดำเนินงานด้าน ESG ทั้งในรูปแบบที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) และเป้าหมายระยะยาวในการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) ของประเทศไทย และข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) (ผลการดำเนินงานตามความร่วมมือด้านธุรกิจอย่างยั่งยืนได้ในSCG Sustainability Narrative 2025, หน้า 94-95) | 25,390,258 |
| ความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน | สนับสนุน | SCG ดำเนินงานอย่างเปิดเผยในการผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้เกิดขึ้นจริงในภาคธุรกิจ พร้อมทั้งริเริ่มการเปลี่ยนกรอบความคิด (Paradigm Shift) ไปสู่หลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านการสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้าง ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งในด้านการผลิตและการบริโภค และแสดงให้เห็นถึงแนวทางการนำเศรษฐกิจหมุนเวียนไปใช้จริงในอดีต ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง SCG ทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเข้มข้นแก่สมาคมภาคธุรกิจ เช่น Alliance to End Plastic Waste (AEPW) ในการผลักดันและพัฒนาโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เป็นรูปธรรม สอดคล้องกับพันธสัญญาขององค์กร ปัจจุบัน SCG เข้าร่วมในหลายโครงการที่มุ่งสร้างคุณค่าสูงสุดจากทรัพยากร พร้อมลดการใช้ทรัพยากรใหม่ให้น้อยที่สุด โดยใช้แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในหลากหลายรูปแบบ เช่น การแปรรูปใหม่ (Re-processing) การออกแบบใหม่ (Re-designing) การสร้างนวัตกรรมที่เพิ่มมูลค่า การร่วมมือกับทั้งพันธมิตรทางธุรกิจและพันธมิตรที่ไม่ใช่ภาคธุรกิจ ตลอดจนการใช้ซ้ำ (Reuse) (ผลการดำเนินงานตามความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ใน SCG Sustainability Narrative 2025, หน้า 94-95 | 10,939,215 |
เอสซีจี ได้เข้าร่วมและดำรงเป็นสมาชิกของสมาคมและองค์กรต่างๆ ที่อาจมีข้อนำเสนอ หรือ มุมมองต่างๆ เพื่อการพัฒนาประเทศและอุตสาหกรรม เพื่อให้ฝ่ายรัฐบาลได้นำไปพิจารณา และในทางปฏิบัติ สมาคมและองค์กรเหล่านี้ไม่มีอิทธิพลต่อรณรงค์ทางด้านการเมืองแต่อย่างใด
องค์กรที่เอสซีจีให้เงินสนับสนุนในปี 2568 คือ Alliance to End Plastic Waste (AEPW), สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA), World Business Council for Sustainable Development (WBCSD), Global Cement and Concrete Association (GCCA), สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทยและสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะประเด็นที่ต้องเร่งมือสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เช่น การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เศรษฐกิจหมุนเวียน สุขภาพและความปลอดภัย เพื่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมโดยมิได้ให้การสนับสนุนเพื่อชี้นำองค์กรใดหรือเป็นผู้แทนที่มีส่วนได้เสียต่อการดำเนินงานขององค์กรนั้น
| รายชื่อองค์กร | ประเภทองค์กร | การสนับสนุน | 2563 | 2564 | 2565 | 2566 | 2567 | 2568 |
| Alliance to End Plastic Waste (AEPW) | องค์กรไม่แสวงผลกำไร | ความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อยุติปัญหาขยะพลาสติกในสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมธุรกิจที่ยั่งยืนภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนนั้น มีความเชื่อมโยงอกับกลยุทธ์ทางธุรกิจและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) โดย SCG เข้าร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของ Alliance to End Plastic Waste (AEPW) ร่วมกับบริษัทชั้นนำระดับโลกอีก 30 แห่ง เพื่อผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน | 9,231,406 | 8,083,400 | 16,532,650 | 10,848,930 | 17,843,250 | 10,939,215 |
| Thai Cement Manufacturers Association (TCMA) | Trade associations | ความร่วมมือในการประสานงานระหว่างผู้ผลิตปูนซีเมนต์ในประเทศไทย พร้อมเปิดโอกาสให้สมาชิกได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ เช่น เหมืองแร่ การดำเนินงาน ความปลอดภัย มาตรฐาน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดการนำไปปฏิบัติจริง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการพัฒนาอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยให้มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืนของประเทศ โดยความร่วมมือกับ GCCA, สมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย และ หน่วยงานภาครัฐ สภาอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ได้กำหนดเป้าหมายสู่ Net Zero Emissions ภายในปี 2050 ผ่าน Thailand Net Zero Cement and Concrete Roadmap 2050 ซึ่งมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (IPPU) ตามแผนการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) และยุทธศาสตร์ระยะยาวของประเทศไทย ทั้งนี้ TCMA ได้ประกาศเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี 2023 โดยการส่งเสริมการใช้ ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ (Hydraulic Cement) อย่างแพร่หลาย | N/A | N/A | 6,432,757 | 6,432,757 | 6,945,981 | 7,608,396.4 |
| World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) | Non-profit organization | ความร่วมมือเพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการสร้างผลกระทบเชิงบวกสูงสุดต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สิ่งแวดล้อม และสังคม SCG เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งและสมาชิกหลักของ World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) ตั้งแต่ปี 1999 SCG นำมาตรฐานและเครื่องมือของ WBCSD มาใช้เป็นต้นแบบในการดำเนินงาน และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับบริษัทอื่น ๆ ในประเทศไทย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change), เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy), สุขภาพและความปลอดภัย (Health & Safety), กิจกรรมด้านสังคม (Social Activities), ความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูล (Transparency and Disclosure), และการตรวจสอบจากภายนอก (External Audit) | 2,755,998 | 1,759,650 | 3,286,341 | 4,264,153 | 5,823,490 | 5,422,410 |
| Global Cement and Concrete Association (GCCA) | Trade associations | ความร่วมมือในการจัดทำ Net Zero Roadmap ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคการก่อสร้างและผู้กำหนดนโยบาย โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตอย่างเต็มรูปแบบ และบูรณาการหลักการด้านความยั่งยืนเข้าไปในกระบวนการดำเนินธุรกิจประจำวันอย่างครอบคลุม แนวทางนี้ครอบคลุมทุกมิติของปัจจัยที่ไม่ใช่ด้านการเงิน (Non-Financial Factors) ซึ่งช่วยให้อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตสามารถระบุความเสี่ยงที่สำคัญของธุรกิจ (Material Risks) ได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งค้นหาโอกาสในการเติบโตใหม่ ๆ อย่างยั่งยืนในอนาคต | N/A | N/A | 2,777,288 | 3,502,140 | 3,659,020 | 3,525,972.07 |
| The Federation of Thai Industries (F.T.I.) | Trade associations | ความร่วมมือในการพัฒนาแนวทางและกลไกในภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถประสานสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติในเวทีเศรษฐกิจโลกได้อย่างเหมาะสม | 1,213,988 | 1,012,596 | 957,596 | 1,376,326 | 1,101,026 | 1,688,826 |
| UN Global Compact (UNGC) / Global Compact Network Association of Thailand (GCNT)* | Non-profit organization | ความร่วมมือในการดำเนินโครงการโดยสมัครใจ เพื่อปรับกลยุทธ์และการดำเนินงานขององค์กรให้สอดคล้องกับหลักการสากลด้านความยั่งยืน อาทิ สิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต รวมถึงการมีส่วนร่วมสนับสนุนเป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ (UN Goals) อย่างเป็นรูปธรรม | 311,910 | 297,406 | 615,649 | 875,000 | 875,000 | 1,050,000 |
| The Thai Chamber of Commerce and Board of Trade of Thailand | Trade Association | ความร่วมมือในการสร้างเครือข่ายกับภาคธุรกิจทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันผลักดันเป้าหมายความยั่งยืนผ่านแนวคิดเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) โดยมีการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและเอกชนในระยะเวลา 5 ปี แนวทางนี้ช่วยให้การขับเคลื่อน BCG เป็นไปอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยลดผลกระทบทางลบต่อประเทศ และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน | 236,256 | 160,099 | 282,694 | 187,464 | 186,394 | 5,152,154 |
เอกสารดาวน์โหลด
จรรยาบรรณ เอสซีจี
จรรยาบรรณคู่ธุรกิจเอสซีจี
นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน
นโยบายการแข่งขันทางการค้า
นโยบายการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตและการกระทำผิด
ระบบรับข้อร้องเรียนและแจ้งเบาะแสเอสซีจี
นโยบายการเปิดเผยข้อมูล
การสนับสนุนภาคส่วนต่างๆ
Tax Reporting and Effective Tax Rate