เอสซีจีมีการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยกรอบการบริหารความเสี่ยงของเอสซีจี (Enterprise Risk Management Framework) ประกอบด้วย 

  1. การกำหนดกลยุทธ์ 
    เอสซีจีกำหนดวัตถุประสงค์และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) ในการบริหารความเสี่ยงอย่างชัดเจน เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งองค์กร 
  1. โครงสร้างและความรับผิดชอบในการบริหารความเสี่ยงของเอสซีจี 
    เอสซีจีกำหนดผังโครงสร้างการบริหารความเสี่ยงของเอสซีจี โดยแสดงให้เห็นตามแผนภาพ ดังนี้ 
  1. นโยบายการบริหารความเสี่ยง 
    เอสซีจีกำหนดให้มีการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากลและบูรณาการเข้ากับการดำเนินธุรกิจขององค์กร เพื่อให้สามารถระบุความเสี่ยงหรือโอกาสในการดำเนินธุรกิจได้อย่างเหมาะสมและทันต่อเหตุการณ์ สามารถบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้หรือหาโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนด ตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย สนับสนุนต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) 
  1. กระบวนการบริหารความเสี่ยง 
    เอสซีจีนำกรอบการบริหารความเสี่ยงมาใช้ในการดำเนินงานหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การบริหารความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยงของโครงการลงทุน และการบริหารความเสี่ยงในการดำเนินงาน โดยกระบวนการบริหารความเสี่ยงได้ถูกรวบรวมไว้ใน “คู่มือการบริหารความเสี่ยง” โดยแบ่งตามกระบวนการหลัก 4 ขั้นตอน  ได้แก่  การระบุความเสี่ยงหรือโอกาสในการดำเนินธุรกิจ ประเมินความเสี่ยง กำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยง และติดตามและรายงานความเสี่ยง 
    นอกจากนี้ เพื่อเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์วิกฤตที่อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของธุรกิจ เอสซีจีได้จัดให้มีโครงสร้างการกำกับดูแลการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management Governance Structure) และกำหนดให้ทุกบริษัทที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของเอสซีจีจัดทำระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยต้องมีการวิเคราะห์กิจกรรมทางธุรกิจและทรัพยากรที่สำคัญและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการหยุดชะงักทางธุรกิจ การประเมินและจัดทำแผนจัดการความเสี่ยง การจัดทำคู่มือการจัดการวิกฤต แผนการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน และแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยเอสซีจีกำหนดให้ผู้บริหารในทุกหน่วยงานทุกระดับและพนักงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ในการฝึกซ้อม รักษา และปรับปรุงแผนและคู่มือดังกล่าว รวมถึงนำมาใช้ในการบริหารจัดการในช่วงภาวะวิกฤตได้อย่างเหมาะสม 
  1. การสร้างวัฒนธรรมองค์กรในการบริหารความเสี่ยง 
    เอสซีจีมุ่งมั่นและส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมในการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร โดยกําหนดให้ผู้บริหารเป็นผู้สื่อสารถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง และเป็นต้นแบบในการบริหารความเสี่ยง รวมถึงสร้างวิธีการนำการบริหารความเสี่ยงไปใช้ให้เห็นผลในทางปฏิบัติด้วยการให้เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการตัดสินใจ นอกจากนี้ จัดให้มีหลักสูตรการฝึกอบรมและพัฒนาเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงให้แก่ผู้บริหารและพนักงานทั่วทั้งองค์กร รวมถึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการองค์กรตามแนวทาง Integrated GRC อย่างต่อเนื่องผ่านการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ 

ความเสี่ยงหลัก โอกาสในการดำเนินธุรกิจ และกลยุทธ์ในการจัดการความเสี่ยง 

ในปี 2568 เอสซีจีได้ประเมินความเสี่ยงโดยมีความสอดคล้องกับประเด็นด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ครอบคลุมประเด็นความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี  

SCG พิจารณากระทบต่อธุรกิจผ่าน SCG Risk Universe ซึ่งแบ่งกลุ่มความเสี่ยงออกเป็น 8 ประเภท ได้แก่

• ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

• ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และข้อบังคับ

• ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและทรัพย์สินทางปัญญา

• ความเสี่ยงจากเหตุการณ์รุนแรง

• ความเสี่ยงด้านต้นทุน

• ความเสี่ยงจากการดำเนินงาน

• ความเสี่ยงด้านการเงิน

• ความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ 

ความเสี่ยงที่สำคัญด้านความยั่งยืน

เอสซีจีได้นำกรอบมาตรฐานของ International Sustainability Standards Board (ISSB) มาใช้เป็นแนวทางในการระบุและบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับการบริหารความเสี่ยงขององค์กร โดยได้บูรณาการ Sustainability-related Risks and Opportunities (SROs) เข้ากับกระบวนการ การบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) และเชื่อมโยงกับกระบวนการวางแผนธุรกิจระยะกลาง (Medium-Term Plan: MTP) เพื่อสนับสนุนการประเมินและติดตามความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว

กระบวนการประเมินเริ่มจากการวิเคราะห์บริบทและแนวโน้มภายนอก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กฎระเบียบ เทคโนโลยี และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ควบคู่กับการเทียบเคียงมาตรฐานและดัชนีสากล จากนั้นจึงดำเนินการระบุและประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยพิจารณาทั้งผลกระทบทางการเงิน รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมตามกรอบสากลที่เกี่ยวข้อง

ผลลัพธ์จากการประเมินดังกล่าวถูกนำมาบูรณาการเข้าสู่ระบบบริหารความเสี่ยงขององค์กร เพื่อใช้ในการติดตามและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ

จากกระบวนการประเมิน เอสซีจีได้ระบุ ประเด็นความเสี่ยงด้านความยั่งยืนที่สำคัญ 5 ประเด็น ได้แก่

1. การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero (Net Zero Transition)

2. ความพร้อมรับมือความเสี่ยงทางกายภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience to Physical Risks)

3. เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

4. การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Just Transition)

5. นวัตกรรมดิจิทัลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Digital Innovation & Cybersecurity)

ประเด็นดังกล่าวสะท้อนความเสี่ยงที่สำคัญซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของเอสซีจีในมิติด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม และได้รับการติดตามและบริหารจัดการภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

ความเสี่ยงที่สำคัญด้านความยั่งยืนและแนวทางการบริหารจัดการ

เอกสารดาวน์โหลด

Enterprise Risk Management Experience of SCG Non-Executive Directors
Regular Risk management Education for Non-Executive Directors