การผสานพลังความร่วมมือเพื่อความยั่งยืน
การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เอสซีจีจึงมุ่งส่งเสริมการสร้างความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางและโซลูชันที่สามารถรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อน
หนึ่งในเวทีสำคัญที่สะท้อนแนวทางความร่วมมือดังกล่าว คือ ESG Symposium ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมผู้นำและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง พัฒนาแนวคิดเชิงนโยบาย และขับเคลื่อนการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมสู่การเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนความร่วมมือผ่านเวที ESG Symposium
งาน ESG Symposium 2025 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Green Breakthrough amid the Perfect Storm – เร่งด้วยกรีน รอดด้วยกัน” โดยเป็นเวทีที่รวบรวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำภาคอุตสาหกรรม สถาบันการเงิน นักวิชาการ และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันหารือถึงความท้าทายสำคัญของโลกในปัจจุบัน ทั้งด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางพลังงาน และความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
ภายในงานมีการนำเสนอวิสัยทัศน์จากผู้นำและผู้เชี่ยวชาญทั้งระดับประเทศและระดับโลก พร้อมทั้งการมีส่วนร่วมจากผู้แทนองค์กรในหลายภาคส่วน ได้แก่
- ภาครัฐ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับนโยบายพลังงาน เศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- ภาคธุรกิจ จากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมพลังงาน การผลิต เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทาน
- สถาบันการเงิน รวมถึงธนาคารและองค์กรด้านการเงินที่สนับสนุนการลงทุนสีเขียวและการเงินเพื่อความยั่งยืน
- สถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัย เช่น มหาวิทยาลัยและองค์กรวิจัยระดับนานาชาติ อาทิ MIT
- องค์กรระหว่างประเทศและภาคประชาสังคม เช่น หน่วยงานภายใต้สหประชาชาติและเครือข่ายด้านความยั่งยืนที่ทำงานด้านการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียจากหลากหลายภาคส่วนสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบร่วมกันในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
การระดมความคิดเห็นในประเด็นสำคัญของการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทย
ก่อนการจัดงาน ESG Symposium ได้มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนและระดมความคิดเห็น (Focused Sessions) เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำภาคอุตสาหกรรม สถาบันการเงิน และผู้เชี่ยวชาญ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเข้มข้นในประเด็นเชิงโครงสร้างที่มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
การหารือดังกล่าวมุ่งเน้นใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) และ การเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการ SMEs (Just Transition for SMEs) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของประเทศไทย
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้จากการหารือเชิงลึกเหล่านี้ ได้ถูกนำมาวิเคราะห์ สรุป และจัดทำเป็น สมุดปกขาว (White Paper) เพื่อรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก โดยสมุดปกขาวดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเชิงนโยบายในระดับประเทศ และเป็นข้อเสนอแนะสำหรับภาครัฐในการกำหนดนโยบายที่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน
1. การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการหารือในเวที ESG Symposium คือ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ควบคู่กับการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ
การระดมความคิดเห็นครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และผู้นำจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันเสนอแนะแนวทางในการปรับเปลี่ยนระบบพลังงานของประเทศไทยให้มีความยืดหยุ่น และมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น
ผู้เข้าร่วมการหารือได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการดำเนินการในหลายด้าน ได้แก่
- การปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้ทันสมัย
- การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน
- การเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในตลาดพลังงานสะอาด
- การเสริมสร้างความร่วมมือด้านพลังงานในระดับภูมิภาค
ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้ให้บริการด้านพลังงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาคอุตสาหกรรม ได้มีการหารือถึงกลไกสำคัญที่จะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เช่น การซื้อขายพลังงานหมุนเวียน การทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct Power Purchase Agreement: Direct PPA) และ การเปิดโอกาสในการเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Access) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขยายการใช้พลังงานสะอาด พร้อมทั้งรักษาความมั่นคงด้านพลังงานและความสามารถในการเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสม
2. การเสริมศักยภาพ SMEs เพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการหารือ คือ การเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการ SMEs (Just Transition for SMEs) โดยตระหนักว่า SMEs เป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทยและมีบทบาทอย่างมากในห่วงโซ่อุปทานของภาคอุตสาหกรรม
การหารือครั้งนี้ได้รวบรวมผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน บริษัทขนาดใหญ่ และองค์กรที่ทำงานกับผู้ประกอบการ SMEs เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางในการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ในบริบทของเศรษฐกิจสีเขียว
ผู้เข้าร่วมได้เสนอประเด็นสำคัญที่ควรเร่งดำเนินการ ได้แก่
- การเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อความยั่งยืน
- การพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสีเขียว
- การสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม
- การขยายโอกาสทางการตลาดผ่านความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทาน
การหารือดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การสร้างความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบาย และสถาบันการเงิน มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา ระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านของ SMEs เพื่อให้สามารถนำแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนมาประยุกต์ใช้ได้จริง พร้อมทั้งรักษาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระยะยาว
การขยายความร่วมมือสู่ระดับอาเซียน
เอสซีจีตระหนักดีว่าความท้าทายด้านความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับประเทศ จึงได้ขยายแพลตฟอร์ม ESG Symposium เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาคอาเซียน โดยมุ่งสร้างพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างผู้กำหนดนโยบาย ภาคธุรกิจ และชุมชน เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในภูมิภาค
ตัวอย่างที่สำคัญคือ ESG Symposium 2025 Indonesia ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงจาการ์ตา ภายใต้แนวคิด “Decarbonizing for Our Sustainable Tomorrow” โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาสังคมเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการลดการปล่อยคาร์บอนและการบริหารจัดการทรัพยากรตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรม
ภายในงาน เอสซีจีและพันธมิตรได้ร่วมลงนามใน “PPPP – Circular Future Collaboration and Commitment: Declaration for Greener Tomorrow” ภายใต้กรอบความร่วมมือ Public–Private–People Partnerships (PPPP) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคชุมชน เพื่อร่วมกันเร่งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและขยายการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศอินโดนีเซีย
ความร่วมมือดังกล่าวประกอบด้วยองค์กรสำคัญ เช่น PT Semen Jawa, หน่วยงานท้องถิ่นจาก Sukabumi Regency, ตัวแทนชุมชน SCG Warrior Mentari รวมถึงบริษัทชั้นนำของอินโดนีเซีย ได้แก่ PT Pratama Abadi Industri, PT Glostar Indonesia, PT Pou Yuen Indonesia, PT Feng Tay Indonesia Enterprises, PT Panasonic Gobel Life Solution Manufacturing Indonesia และ PT Tirta Fresindo Jaya (Mayora) โดยความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการพัฒนาระบบการคัดแยกและจัดการของเสีย การส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรมและชุมชน รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
โครงการความร่วมมือลักษณะนี้สะท้อนบทบาทของ ESG Symposium ในการเปลี่ยนเวทีการแลกเปลี่ยนด้านความยั่งยืนให้กลายเป็นการดำเนินงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยการแบ่งปันองค์ความรู้และการปรับใช้แนวทางให้เหมาะสมกับโครงสร้างเศรษฐกิจและบริบทเชิงนโยบายของแต่ละประเทศ เอสซีจีมุ่งสนับสนุนการพัฒนาเส้นทางสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่ครอบคลุมและปฏิบัติได้จริงในระดับภูมิภาคอาเซียน

ความร่วมมือเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
การสร้างความร่วมมือผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น ESG Symposium รวมถึงโครงการความร่วมมือกับพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน เอสซีจีได้เดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือที่ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับองค์กร อุตสาหกรรม และสังคมโดยรวม โดยความร่วมมือเหล่านี้สอดคล้องกับ กลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนของเอสซีจี ที่มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด Inclusive Green Growth และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ การเชื่อมโยงผู้มีส่วนได้เสียจากหลากหลายภาคส่วน ช่วยเสริมพลังในการขับเคลื่อนประเด็นที่สำคัญของทั้งธุรกิจและประเทศ ได้แก่
- การเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- การเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs ในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม (Just Transition)
- การส่งเสริมนวัตกรรมและการลงทุนเพื่อความยั่งยืน เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจสีเขียวและการเติบโตระยะยาว
- การยกระดับความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือด้านเทคโนโลยี ข้อมูล และนโยบาย
ความร่วมมือเหล่านี้สะท้อนถึงความพยายามของเอสซีจีในการทำงานร่วมกับพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ ภาคการเงิน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมกันพัฒนาแนวทางที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม การทำงานร่วมกันในรูปแบบ Public–Private–People Partnership มีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืนในระยะยาว
Opinion Panel: มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนได้เสียต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน