Inclusive Society

เอสซีจีมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาสังคม ตามแนวทาง “Inclusive Green Growth” เพื่อให้การพัฒนาทางธุรกิจเดินหน้าไปพร้อมกับการสร้างคุณค่าทางสังคมที่สมดุล ครอบคลุม และยืดหยุ่น โดยตระหนักว่าการเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมาย
Net Zero ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการใช้เทคโนโลยีหรือมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการสร้างสังคมที่มีความพร้อม การเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม และสามารถปรับตัวไปพร้อมกันได้อย่างเป็นธรรม จากแนวทางดังกล่าวเอสซีจีจึงกำหนด กลยุทธ์ “Inclusive Society – เติบโตไปด้วยกัน สู่โลกที่ยั่งยืน” เพื่อยกระดับจากการเติบโตอย่างมีกำไร สู่“การเติบโตอย่างรับผิดชอบ” บนพื้นฐานการเคารพสิทธิมนุษยชน เพื่อบรรเทาความเสี่ยงและป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน การกำกับดูแลด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อให้พนักงาน คู่ธุรกิจ และบุคคลที่สามปราศจากการบาดเจ็บ และเจ็บป่วยจากการทำงาน การยกระดับคุณภาพชีวิต และการเสริมศักยภาพพนักงาน ชุมชน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยมีเป้าหมายในการสร้างสังคมที่ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นรากฐานของความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์นี้ เอสซีจีใช้ 4 เครื่องมือหลัก ประกอบด้วย
- นโยบายและธรรมาภิบาลที่ครอบคลุมด้านแรงงาน สิทธิมนุษยชน และห่วงโซ่อุปทาน
- การพัฒนาศักยภาพผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า
- ความร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายภาคส่วนเพื่อสร้างผลกระทบเชิงระบบที่ยั่งยืน
- การรายงานข้อมูล วิเคราะห์และการติดตามผลเพื่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
กลยุทธ์ในการดำเนินงาน
| กลยุทธ์ (Strategy) | แนวทางการดำเนินงาน (Key Actions) |
| 1) การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ส่งเสริมการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน และสุขภาพและความปลอดภัย และมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต | • กำกับ ดูแล ผลักดัน และติดตามการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน และสุขภาพและความปลอดภัยผ่าน Social Excellence Committee และรายงานต่อคณะกรรมการการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี • กำหนดนโยบาย กรอบการดำเนินงาน มาตรฐาน แนวปฏิบัติ เป้าหมาย และกลยุทธ์ด้านสิทธิมนุษยชน และสุขภาพและความปลอดภัย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการ ขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม • บริหารจัดการความเสี่ยงสิทธิมนุษยชน สุขภาพและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง และกำหนดมาตรการบรรเทา และป้องกันความเสี่ยงที่สำคัญ รวมถึงนำเทคโนโลยีดิจิทัล และ AI มาใช้ในการยกระดับความปลอดภัยในการทำงาน • สื่อสาร อบรม เพื่อสร้างความตระหนัก และความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงาน อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบูรณาการเข้ากับการให้ความรู้และทดสอบจริยธรรม พนักงาน (Ethics e-Testing) • ปรับปรุงและขยายสวัสดิการวันลาให้ตอบสนองความต้องการของพนักงานที่ หลากหลาย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีครอบคลุม 4 มิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ การเงิน และสังคม ผ่านการให้ความรู้ ให้คำปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกิจกรรมอื่นๆ |
| 2) การพัฒนาศักยภาพพนักงาน พัฒนาทักษะที่จำเป็น เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำและดิจิทัล | • ผนวกความรู้และตัวอย่างการดำเนินงานด้าน ESG ในการพัฒนาพนักงานในหลักสูตร SCG Flagship programs ตลอด Employee Journey • จัดทำหลักสูตรด้าน ESG รวมถึงพัฒนาทักษะใหม่ทั้งด้านดิจิทัล นวัตกรรม และทักษะสีเขียว (Green Skills) • เพิ่มโอกาสในการเรียนรู้และการเติบโตผ่านการลงมือปฏิบัติ โดยเปิดพื้นที่ให้พนักงานได้พัฒนานวัตกรรมสินค้า บริการ โซลูชันใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้า และสร้างคุณค่าให้สังคม |
| 3) เสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานให้แข็งแรง และมีความรับผิดชอบ ยกระดับมาตรฐานแรงงาน สิทธิมนุษยชน สุขภาพและความปลอดภัย พร้อมสนับสนุน คู่ค้าให้ปรับตัวด้านความยั่งยืน | • ยกระดับมาตรฐานด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน สุขภาพและความปลอดภัย ของคู่ค้า คู่ธุรกิจ • ส่งเสริมระบบการบริหารจัดการที่โปร่งใสและเป็นธรรม • สนับสนุนคู่ค้าและคู่ธุรกิจ สร้างความร่วมมือในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการลดของเสีย หรือการดำเนินงานอื่นที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก • สร้างเครือข่ายระบบนิเวศทางธุรกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และเติบโตไปด้วยกัน |
| 4) เสริมสร้างชุมชนและสังคมที่เข้มแข็งและยืดหยุ่น เสริมศักยภาพความสามารถในการรับมือการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสภาพภูมิอากาศ พร้อมเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน | • พัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนรอบพื้นที่โรงงานและบริษัท • ให้ความรู้ ส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชน • เสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชนและสังคมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสภาพภูมิอากาศ |
ผลการดำเนินงาน
เอสซีจีมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตพนักงาน ห่วงโซ่อุปทาน ชุมชนและสังคม ผ่านการกำกับดูแลด้านสิทธิมนุษยชน สุขภาพและความปลอดภัย และการพัฒนาทักษะเพื่ออนาคต โดยกำหนดโครงสร้างในการกำกับ ดูแล ผลักดัน และติดตามการดำเนินงานในด้านต่างๆ ดังนี้
พนักงาน
- การบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Management) กำกับดูแลโดยคณะทำงาน Human Rights and Stakeholders Engagement มุ่งเน้นการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลครอบคลุมธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ผ่านกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Due Diligence) เป็นประจำทุกปี เพื่อระบุและบรรเทาความเสี่ยงล่วงหน้า อันอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและต้นทุนการดำเนินงาน พร้อมจัดให้มีกลไกรับเรื่องร้องเรียนและมาตรการเยียวยาตามความเหมาะสม
- สุขภาพและความปลอดภัย (Health & Safety) ยกระดับความปลอดภัยผ่านคณะ Workplace Safety และ Transportation Safety ภายใต้กรอบ SCG Safety Framework มาตรฐานความปลอดภัยในการขนส่งผลิตภัณฑ์ (Goods Transportation Safety Standard) และ “กฎพิทักษ์ชีวิต” ที่ครอบคลุมทั้งการทำงานและการขนส่ง โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพ อาทิ Health Management System เพื่อการดูแลสุขภาพพนักงานอย่างเป็นระบบ Logistics Control Center & LMS เพื่อติดตามการขนส่งและใช้ระบบ ADAS/DMS เพื่อแจ้งเตือนและลดพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ รวมถึง Safety Dashboard เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดด้านความปลอดภัยแบบ Real-time เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงรุก
- การพัฒนาศักยภาพพนักงาน เร่งเสริมสร้างทักษะ (Upskill/Reskill) โดยบูรณาการแนวคิด ESG เข้ากับเส้นทางการเติบโตของพนักงาน (Employee Journey) เพื่อพร้อมเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเตรียมความพร้อมรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ผ่าน SCG Flagship Programs และพัฒนาหลักสูตร Net Zero Accelerator Program (NZP) สำหรับผู้บริหาร และ ESG Leadership Program เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านความยั่งยืนให้ผู้บริหารระดับสูงและระดับกลาง ช่วยให้การตัดสินใจทางธุรกิจสอดคล้องกับทิศทาง Low Carbon โดยในปี 2568 มีพนักงานเข้าร่วมอบรมหลักสูตร Net Zero Accelerator Program (NZP) สำหรับผู้บริหารระดับสูง ซึ่งจัดอบรมเป็นรุ่นที่ 2 จำนวน 48 คน และมีพนักงานที่เป็นผู้บริหารระดับกลางเข้าร่วมอบรมหลักสูตร ESG Leadership Program รุ่นที่ 3 จำนวน 70 คน ซึ่งหลักสูตร ESG Leadership Program พัฒนาต่อยอดมาจากหลักสูตร Young Talent Manager (YTM) ซึ่งจัดมาแล้ว 16 รุ่น นอกจากนี้ยังมีโครงการ Internal Startup โดย ZERO TO ONE เปิดพื้นที่ทดลองไอเดียผ่านโครงการ HATCH WALK FLY เพื่อเปลี่ยนพนักงานให้เป็นผู้สร้างนวัตกรรม สร้างธุรกิจใหม่ที่เพิ่มรายได้ เช่น Wake Up Waste แพลตฟอร์มบริหารจัดการ ซื้อขายขยะรีไซเคิล และให้บริการรถบีบอัดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง
ห่วงโซ่อุปทาน มุ่งยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่อุปทานอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสิทธิมนุษยชน สุขภาพและความปลอดภัย สิ่่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความโปร่งใส เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและขีดความสามารถทางการแข่งขันให้แก่คู่ธุรกิจ ในปี 2568 มีคู่ธุรกิจนำร่องผ่านการตรวจประเมินด้านสิทธิมนุษยชน 3 ราย และอีก 26 ราย ผ่านการพัฒนาความรู้ภายใต้โครงการ Supplier Decarbonization Program นอกจากนี้ ภายใต้โครงการ Go Together in Actions มีคู่ธุรกิจ 3 ราย ที่ร่วมนำร่อง
ยกระดับศักยภาพสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมต่อมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่มีความเข้มข้นขึ้น
ชุมชนและสังคม เอสซีจีมุ่งสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่เข้มแข็งผ่านโครงการ Go Together และ Net Zero Accelerator Program (NZAP) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จริงด้านการจัดการพลังงาน การลดของเสีย และการใช้เทคโนโลยีในการผลิต โดยขยายความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อเข้าถึงผู้ประกอบการทั่วประเทศ ในปี 2568 มีผู้เข้าร่วมโครงการ Go Together รวม 1,203 ราย และ NZAP 106 ราย สะท้อนถึงการยกระดับศักยภาพ SMEs สู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
ด้านการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม เอสซีจีส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อาทิ โครงการ “ชุมชนไร้ขยะ”และ“พากระดาษกลับบ้าน” โดย SCGP ซึ่งสร้างรายได้หมุนเวียนให้ชุมชนกว่า 4.4 ล้านบาท และนำกระดาษกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ถึง 540 ตัน ขณะเดียวกัน ได้ร่วมกับจังหวัดสระบุรีขับเคลื่อน “การทำนาเปียกสลับแห้ง” ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,118 ไร่ ช่วยลดการใช้น้ำได้ร้อยละ 25–40 และลดการปล่อยก๊าซมีเทนอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังต่อยอดสู่การพัฒนา ‘ข้าวรักษ์โลก’ (เช่น พันธุ์ กข69 และ กข79) ร่วมกับวิสาหกิจชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตและสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน
