การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

เอสซีจีดำเนินแนวทางการดูแลทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน (Water Stewardship) แบบองค์รวม โดยตระหนักว่าน้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญและมีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งเป็นรากฐานของความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน และความสามารถในการดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว บริษัทมุ่งมั่นบริหารจัดการน้ำอย่างรับผิดชอบตลอดการดำเนินงานและห่วงโซ่คุณค่า พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรน้ำร่วมกับทุกภาคส่วนในระดับลุ่มน้ำ
เอสซีจีผสานกลยุทธ์ด้าน Water Stewardship ให้สอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ได้แก่ TNFD (Taskforce on Nature-related Financial Disclosures) เพื่อให้สามารถระบุและเปิดเผยความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำได้อย่างโปร่งใส และ SBTN (Science Based Targets for Nature) เพื่อกำหนดแนวทางและเป้าหมายบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ในการฟื้นฟูสมดุลของธรรมชาติ ทั้งนี้ยังสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะ SDG 6: น้ำสะอาดและสุขาภิบาล
ในปี 2568 เอสซีจีมีการใช้น้ำรวมทั้งสิ้น 61,092 เมกะลิตร ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงด้านน้ำเชิงรุก และการพึ่งพาทรัพยากรน้ำตลอดกระบวนการดำเนินงานและห่วงโซ่คุณค่า
เอสซีจีได้กำหนดเป้าหมายระยะยาวสู่การเป็นองค์กร Water Positive โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำสูงสุด พร้อมคืนปริมาณน้ำกลับสู่สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศมากกว่าที่ใช้ในการดำเนินงาน
การประเมินและกำกับดูแลความเสี่ยงด้านน้ำแบบบูรณาการ
ในระดับองค์กร เอสซีจีนำกรอบการดำเนินงาน TNFD LEAP มาใช้เป็นแนวทางอย่างเป็นระบบในการระบุ ประเมิน และบริหารจัดการการพึ่งพา ผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาสที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการ 52 แห่ง ทั้งการดำเนินงานโดยตรงและห่วงโซ่คุณค่า โดยดำเนินการผ่าน 4 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่
- Locate – ระบุพื้นที่ปฏิบัติการและความเชื่อมโยงกับทรัพยากรน้ำ
- Evaluate – วิเคราะห์การพึ่งพาและผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพน้ำ
- Assess – ประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านน้ำในระดับพื้นที่
- Prepare – จัดทำมาตรการตอบสนอง แผนลดผลกระทบ และแนวทางการปรับตัว
แนวทางดังกล่าวช่วยให้เอสซีจีสามารถระบุพื้นที่ที่ต้องการการบริหารจัดการเชิงรุก โดยคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ เช่น ความแปรปรวนของปริมาณฝนตามฤดูกาล แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ
ผลการประเมินถูกบูรณาการเข้าสู่แพลตฟอร์มการจัดการและติดตามข้อมูลน้ำแบบรวมศูนย์ ซึ่งใช้ติดตามการใช้น้ำ การบำบัด การระบายน้ำทิ้ง และการหมุนเวียนน้ำของทุกหน่วยงาน พร้อมเชื่อมโยงกับแดชบอร์ดสำหรับผู้บริหาร เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ รับสัญญาณความเสี่ยง และตัดสินใจได้อย่างทันท่วงทีในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำในแต่ละพื้นที่
การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน: กลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Water Stewardship
เพื่อถ่ายทอดความมุ่งมั่นด้าน Water Stewardship สู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เอสซีจีดำเนินการ บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน (Sustainable Water Management) ในทุกกระบวนการ ภายใต้หลักการสำคัญ
“ใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการฟื้นฟูและคืนสู่ธรรมชาติ”
แนวทางนี้สร้างรูปแบบการใช้น้ำแบบหมุนเวียน ตั้งแต่การลดการใช้น้ำ การเพิ่มการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ ไปจนถึงการคืนน้ำสะอาดสู่ระบบนิเวศและสนับสนุนชุมชนโดยรอบ อันเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำควบคู่กับการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
การดำเนินงานของเอสซีจีถูกขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่
1. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ (Enhancing Water-use Efficiency)
ยกระดับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำในทุกกระบวนการผลิต เพื่อลดการพึ่งพาน้ำจากแหล่งธรรมชาติ สนับสนุนการผลิตอย่างยั่งยืน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
2. เร่งสร้างการหมุนเวียนน้ำและระบบน้ำแบบปิดในพื้นที่เสี่ยง (Advancing Water Circularity and Closed-Loop Systems)
ขยายการหมุนเวียนน้ำและการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ภายในกระบวนการดำเนินงาน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านน้ำ เพื่อลดการพึ่งพาทรัพยากรน้ำจากแหล่งธรรมชาติ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า
3. ฟื้นฟูแหล่งน้ำและระบบนิเวศ (Enhancing Water Replenishment and Ecosystem Restoration)
คืนปริมาณและคุณภาพน้ำสู่ธรรมชาติในระดับที่มากกว่าปริมาณที่ใช้ เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูระบบนิเวศ การคงไว้ซึ่งความสมดุลของระบบน้ำในธรรมชาติ และความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำในระยะยาว
4. เสริมสร้างความร่วมมือด้านการดูแลทรัพยากรน้ำในพื้นที่เสี่ยง (Strengthening Collaborative Water Stewardship)
ทำงานร่วมกับชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และผู้มีส่วนได้เสียในระดับลุ่มน้ำ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นด้านทรัพยากรน้ำ ส่งเสริมการเข้าถึงน้ำสะอาดและสุขาภิบาลตามหลัก WASH (Water, Sanitation, and Hygiene) พร้อมพัฒนาศักยภาพในการรับมือภัยแล้งและอุทกภัยบนพื้นฐานของข้อมูลความเสี่ยงด้านน้ำ
การสร้างคุณค่าในระยะยาวผ่าน Water Stewardship
ด้วยการบูรณาการกรอบสากล การประเมินความเสี่ยงด้วยข้อมูลเชิงลึก ความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน แนวทาง Water Stewardship ของเอสซีจีมุ่งหวังที่จะ:
- ปกป้องทรัพยากรน้ำร่วมและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ
- เสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเสี่ยงทางธุรกิจ
- สนับสนุนความมั่นคงด้านน้ำและคุณภาพชีวิตของชุมชน
- ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับมาตรฐาน ESG ระดับสากล
เอสซีจีเชื่อว่าการดูแลทรัพยากรน้ำอย่างรับผิดชอบไม่เพียงเป็นหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานเชิงกลยุทธ์ในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและคุณค่าในระยะยาวให้กับสังคม
🎯 เป้าหมาย (Targets)
- ลดการดึงน้ำจากภายนอกลง 5% ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับแนวโน้มปกติ (BAU) โดยใช้ปีฐาน 2565
- บรรลุการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการปล่อยน้ำเสียในทุกสถานประกอบการ 100% ทุกปี
📊 ผลการดำเนินงาน (Performance)
- ปริมาณการดึงน้ำจากภายนอกเพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับแนวโน้มปกติ (BAU) ปีฐาน 2565
- บรรลุการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการปล่อยน้ำเสีย 100% ในทุกสถานประกอบการ
🌟 การดำเนินงานด้านการจัดการน้ำ ปี 2568
กลุ่มธุรกิจของ SCG ได้ขับเคลื่อนการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งโรงงานและชุมชน เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โดยมีโครงการสำคัญภายใต้แนวทาง Reduce – Reuse – Community Collaboration ดังนี้
Reduce: ลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิต
- SCGC (บริษัท มาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด) ดำเนินโครงการขยายค่าขีดจำกัดของคลอไรด์ในน้ำหมุนเวียนระบบหล่อเย็น โดยปรับปรุงวัสดุและสารยับยั้งการกัดกร่อน ทำให้เพิ่มรอบการหมุนเวียนน้ำ ลดน้ำทิ้ง (Blowdown) และลดการดึงน้ำจากภายนอกได้ 250,000 ลูกบาศก์เมตรในปี 2568 และหากดำเนินการเต็มปีจะลดได้ถึง 400,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี
- PT Fajar Surya Wisesa Tbk. ปรับเปลี่ยนชนิดลูก Couch Roll และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการเตรียมเยื่อ ทำให้ลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตได้ 219,000 ลูกบาศก์เมตร
Reuse: นำน้ำกลับมาใช้หมุนเวียน
- บริษัท ฟินิคซ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด (มหาชน) พนักงานริเริ่มโครงการนำน้ำจากกระบวนการผลิตเยื่อและกระดาษกลับมาใช้ปรับคุณภาพเยื่อก่อนผลิตเยื่อแผ่น ลดการใช้น้ำใหม่ได้ 133,000 ลูกบาศก์เมตร
- PT Fajar Surya Wisesa Tbk. ติดตั้งเครื่องกรองแบบละเอียด แยกเยื่อออกจากน้ำในกระบวนการผลิต ทำให้สามารถนำน้ำใสกลับมาใช้ซ้ำได้ 84,000 ลูกบาศก์เมตร
Community Collaboration: ร่วมสร้างความมั่นคงทางน้ำกับชุมชน
- Cement and Green Solution Business (บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด โรงงานแก่งคอย) ร่วมมือกับชุมชนบ้านถ้ำเต่า จังหวัดสระบุรี สร้างฝายชะลอน้ำ ระบบกักเก็บน้ำ และโครงการกระจายน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร ส่งผลให้พื้นที่เสียหายจากน้ำท่วมลดลงจาก 2,435 ไร่ → 455 ไร่ เกษตรกรมีน้ำใช้เพียงพอ สามารถทำเกษตรผสมผสานเพิ่มรายได้ และมีแผนขยายผลร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อสร้างความมั่นคงทางน้ำในพื้นที่ใหม่
🤝 โครงการความร่วมมือเพื่อบริหารความเสี่ยงด้านน้ำ
จากการจัดการภายในสู่ความร่วมมือระดับลุ่มน้ำ
นอกจากการบริหารจัดการภายในองค์กรแล้ว SCGC ยังขยายบทบาทสู่การสร้างความร่วมมือในระดับลุ่มน้ำภาคตะวันออก เพื่อเสริมความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน โดยมีผลลัพธ์สำคัญ ได้แก่:
- ศูนย์ปฏิบัติการน้ำภาคตะวันออก: ติดตามสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์และคาดการณ์ล่วงหน้า ครอบคลุมหลายจังหวัด
- มาตรการสูบผันน้ำล่วงหน้า ผ่าน Eastern Water Grid เติมน้ำลงอ่างเก็บน้ำก่อนฤดูแล้ง สร้างความมั่นใจต่ออุตสาหกรรมและชุมชน
- การมีส่วนร่วมเชิงนโยบาย: เข้าร่วมคณะกรรมการลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก กำหนดทิศทางการบริหารจัดการน้ำระยะยาวบนฐานข้อมูลและเทคโนโลยี
🌎 การดำเนินงานด้านการลดผลกระทบและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำ
1. การบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน
เอสซีจีร่วมมือกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (HII) และมูลนิธิอุทกพัฒน์ ดำเนินโครงการจัดการน้ำชุมชนและพัฒนาแหล่งน้ำแก้ภัยแล้ง 8 ชุมชนในจังหวัดลำปาง สามารถเพิ่มปริมาณน้ำได้มากกว่า 80,000 ลูกบาศก์เมตร มีผู้ได้รับประโยชน์มากกว่า 1,200 ครัวเรือน
2. ฟื้นน้ำ สร้างป่า
ผ่านการทำฝายชะลอน้ำและการอนุรักษ์ป่าชุมชน ร่วมกับสมาคมเพื่อการเรียนรู้ป่าชุมชนจังหวัดลำปาง ครอบคลุมพื้นที่ 400 หมู่บ้าน 13 อำเภอ โดยสามารถสร้างฝายชะลอน้ำ จำนวน 10,000 ฝาย ในพื้นที่ 250 ชุมชน
3. การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านน้ำในภาคอุตสาหกรรม
เอสซีจี ใช้แนวทาง 3Rs (Reduce, Reuse/Recycle, Replenish) ในกระบวนการผลิต จัดทำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจเพื่อรับมือภัยแล้ง และพัฒนาโมเดลพยากรณ์น้ำด้วย AI และระบบเตือนภัยล่วงหน้าหลายประเภท
4. การฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง
ผ่านโครงการ “รักษ์ทะเล” เอสซีจี ได้ติดตั้งวัสดุฐานลงเกาะตัวอ่อนปะการัง (บ้านปะการัง) ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (SCG 3D Printing) เพื่อฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล จำนวน 3,073 ยูนิต ร่วมกับภาครัฐและภาคประชาสังคม
เอกสารดาวน์โหลด