ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ
มุ่งสร้างธรรมชาติเชิงบวก
เอสซีจีตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ เราจึงมุ่งมั่นพัฒนากลยุทธ์ด้านธรรมชาติเพื่อบริหารจัดการ เรื่องการพึ่งพาธรรมชาติ ผลกระทบต่อธรรมชาติ รวมถึงความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้อง ตามกรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก ที่มีวิสัยทัศน์ในการสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างสอดคล้องและเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ภายในปี พ.ศ. 2593
ความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศต่อความยั่งยืนของโลก เป็นที่ยอมรับกันมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอันเนื่องมาจากกิจกรรมของมนุษย์ กำลังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อสมดุลในธรรมชาติและการดำรงชีวิตของมนุษย์ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเอสซีจีจึงมุ่งมั่นตั้งใจในการดูแล เอสซีจี มีความพยายามในการอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านการฟื้นฟูระบบนิเวศ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมถึงการใช้ดัชนีชี้วัดระดับสากลเป็นเกณมาตรฐานในการดำเนินงาน โดยมุ่งหวังว่าเอสซีจีจะสามารถเป็นแบบอย่างด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และสามารถปรับตัวต่อภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้
Commitment

Net Positive Impact on biodiversity
- 100% No Deforestation
No gross (lumber products)
No net (construction materials) - 10% FSC™-certified biodiversity conservation forest areas of total plantation area
- 100% FSC™-certified Controlled Wood
- 100% Mine rehabilitation plan
- 60% Similarity Index
between restored mining areas and natural forest in the buffer zones
(For limestone mines in Thailand) - 100% Biodiversity Management Plan (BMP)
Internal audit by Quarry Rehabilitation and Biodiversity Committee
(For limestone mines in Thailand) - 3 million rais Preservation and Restoration area by 2050
การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
เอสซีจี ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติของ TNFD ในการใช้ LEAP approach (Locate, Evaluate, Assess, and Prepare) ในการประเมินอย่างเป็นระบบเพื่อวิเคราะห์ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ
| Locate – พิจารณาว่าลักษณะการดำเนินธุรกิจในพื้นที่นั้นๆ มีผลกระทบต่อธรรมชาติอย่างไร | |
| Evaluate – พิจารณาด้านการพึ่งพาธรรมชาติ และการสร้างผลกระทบต่อธรรมชาติ | |
| Assess – ประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่อาจเกิดกับธุรกิจ จากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดในล้อมด้านต่างๆ | |
| Prepare – พัฒนากลยุทธ์ แนวทาง และเป้าหมาย ในการลดการพึ่งพาธรรมชาติ ลดการสร้างผลกระทบ และบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น พร้อมวางแผนตรวจติดตามผลการดำเนินงาน |


ขอบเขตของการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
เอสซีจี คัดเลือกพื้นที่ตลอดห่วงโซ่อุปทาน สำหรับนำมาประเมินประเด็นด้านธรรมชาติ โดยคัดเลือกมาทั้งสิ้น 52 พื้นที่ จาก 5 ประเภทธุรกิจย่อย คิดเป็น 65% ของรายได้ในปีพ.ศ. 2567
เกณฑ์ในการคัดเลือกพื้นที่ อาทิ อยู่ใกล้กับพื้นที่ธรรมชาติที่สำคัญ การดำเนินงานมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ มีผลประกอบการดี เป็นต้น

การพึ่งพาและผลกระทบ


เอสซีจี มีการประเมินความเสี่ยงทั้ง 8 ด้าน ตาม TNFD Guideline ประกอบกับข้อมูลการพึ่งพาธรรมชาติ ผลกระทบต่อธรรมชาติ และมาตรการลดผลกระทบ รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เราพัฒนา พบว่า ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีความเสี่ยงใดที่อยู่ในระดับสูง
ลำดับชั้นการลดผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ

การหลีกเลี่ยง
เอสซีจีมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อความหลากหลายทางชีวภาพ (Net Positive Impact: NPI) และการไม่ทำให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่า โดยขับเคลื่อนผ่านการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน Forest Stewardship Council™ (FSC™) สำหรับธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ควบคู่กับการออกแบบเหมืองรูปแบบใหม่ “Semi-Open Cut” สำหรับธุรกิจซีเมนต์ ซึ่งกันพื้นที่ประมาณร้อยละ 50 ของพื้นที่ประทานบัตรตามแนวขอบเขตเหมืองไว้เป็นแนวกันชน เพื่อคงไว้ซึ่งทัศนียภาพของภูมิประเทศตามธรรมชาติ อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการทำงานของระบบนิเวศในพื้นที่ รวมถึงใช้เป็นพื้นที่อ้างอิงสำหรับการฟื้นฟูเหมืองในอนาคต
การลดผลกระทบ
เอสซีจี ใช้โปรแกรมออกแบบการทำเหมือง “Minesight” เพื่อออกแบบการทำเหมืองให้มีการรบกวนธรรมชาติน้อยที่สุด โดยจะเปิดหน้าเหมืองเฉพาะพื้นที่ที่จำเป็น และวางแผนฟื้นฟูเหมืองทันทีเมื่อสิ้นสุดการทำเหมือง อีกทั้ง ยังกำหนดมาตรการลดผลกระทบ อาทิ กำหนดความเร็วรถบนเหมือง กำหนดเวลาระเบิด การใช้อุปกรณ์ถ่วงเวลาระเบิดเพื่อลดแรงสั่นสะเทือน เป็นต้น
การฟื้นฟู
เอสซีจี ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสถาบันเพื่อพัฒนาแผนฟื้นฟูเหมืองที่เหมะสมกับพื้นที่ แผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ และแผนปิดเหมือง โดยให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งชนิดพันธุ์พืชที่ใช้ในงานฟื้นฟูเหมืองจะต้องเป็นพันธุ์พืชท้องถิ่น อีกทั้งยังมีการพัฒนาโครงการอนุรักษ์พันธุ์พืชเฉพาะถิ่นสำคัญเพื่ออนุรักษ์ชนิดพันธุ์หลักของพื้นที่นั้นๆอีกด้วย ในส่วนของธุจกิจบรรจุภัณฑ์ มีการกำหนดให้อนุรักษ์พื้นที่อย่างน้อย 10% ของพื้นที่สวนป่าเพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ ซึ่งจากการสำรวจพื้นที่อนุรักษ์ดังกล่าว พบว่า ดัชนีชี้วัดความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่อยู่ในระดับสูง
การปรับเปลี่ยน
เอสซีจี มีการร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเล ผ่านการปลูกป่าบก ป่าโกงกาง หญ้าทะเล ทำบ้านปลา และ บ้านปะการัง จากเทคโนโลยี SCG 3D printing ที่ออกแบบให้มีความคล้ายคลึงกับธรรมชาติ และเป็นมิตรต่อสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ปัจจุบันได้มีการวางบ้านปะการังไปแล้ว 3073 หลัง จากการสำรวจบ้านปะการังที่เกาะไม้ท่อน และเกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต พบว่าหลังการติดตั้งเป็นระยะเวลา 3 ปี มีการเกิดขึ้นของโคโลนีปะการังที่มีความสมบูรณ์ประมาณ 115 โคโลนีต่อหลัง (มีขนาดเฉลี่ย 3–5 เซนติเมตร) พร้อมทั้งพบปลาจำนวน 48 ชนิด

เรามีการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญ เช่น การทำแผนจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ หรือการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นต้น

เอกสารดาวน์โหลด
Quarry Rehabilitation and Biodiversity Policy
SCG BiodiversIty Management Plan
SCG Biodiversity Exposure and Assessment
SCG Maetan Model
SCG Smart Geen Mining